|
ตอนที่ 5. เที่ยวพาหุรัต โบ๊เบ๊ ของเนปาล-กาฐมาณฑุ สแควร์-วัดสวยมภูนาถ
สวัสดีครับ ทริปสตอรี่ เนปาล ผมเขียนไปแล้ว 4 ตอน คือที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ ตอนที่ 1. ที่ซื้อตั่ว-แหล่งข้อมูล-เดินทาง-ท่องทาเมล ราตรี-ชม กาฐมานฑุ ยามเช้า ตอนที่ 2. ชมวิถีชาวบ้าน กาฐมานฑุ-มอไซค์พาเที่ยว- ไปนาการ์ก็อต ตอนที่ 3. เที่ยวนาการ์ก็อต สำรวจรีสอร์ต และ โรงแรม 5 ดาว-แวะบักตะปูร์-ท่องตลาดนัดยามค่ำ ตอนที่ 4. แวะชมพระราชวัง-เที่ยวปาตัน หรือ ละลิตปูร์ สำหรับข้อมูลอัพเดท เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวเนปาลนั้น ผมเขียนไว้แล้ว 5 ตอน ดังนี้ครับ เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 1. ไปเนปาล ซื้อตั๋วสายการบินไหน ที่ไหนดี ? เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 7. การเดินทางไปไหนมาไหนใน กาฐมาณฑุ เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 3 14. จะเช่าอุปกรณ์เทร็คกิ้ง ที่ไหนได้ ? เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4 18. ที่พักที่ดีเยี่ยม บน โกเรปานี ก่อนขึ้นพูนฮิลล์ เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 5 24. ทำอย่างไรดี ถ้าสายการบิน ดีเลย์ หรือ ยกเลิกไฟล้ท์
อีกด้านหนึ่งของ ปาตันสแควร์ เป็นโรงเรียนมัธยมฯ ที่ใช้พระราชวังเดิมมาปรับเปลี่ยน...ได้มีโอกาสไปชมการเรียนการสอนด้วยครับ
ได้ล้อนักเรียนเล่น ทำให้มีเสียงหัวเราะ บรรยากาศสดใส สร้างสุขได้มากครับ
ส่วนตัว ผมนิยมชมชื่น โรงเรียนที่อนุญาตให้แต่งแบบฟอร์มก็ได้ แต่งตามวัฒนธรรมประเพณี (ไม่ใช่ตามใจ) ก็ได้ มากเลยครับ เป็นเสรีภาพอันศิวิไลซ์ที่มนุษย์ทุกผู้พึงมีพึงได้รับที่น่าชมเชยครับ ส่วนน้อง 2 คนนี้ ไม่ต้องมองตาละห้อย....อีกหลายปี กว่าจะได้เข้าโรงเรียนนี้จ๊ะ
ความเป็น แวลลี่ หรือ หุบเขา นี่ดีอย่างนะครับ คือ ขับไปไหนหน่อย ก็จะเป็นที่สูง ที่เห็นเมืองรอบๆได้อย่างตื่นตาครับ พวกเราที่ไป อยุธยา เห็น คนขายโรตีสายไหม วางเรียงรายเป็นทางยาว หรือ ไป นครนายก เห็น คนขาย ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ เป็นพรืด ...มาที่นี่ เห็นโต๊ะกัลบกเป็นแนวอย่างนี้แล้ว คงอดยิ้มไม่ได้เหมือนผมนะครับ
แม้ประชากรส่วนใหญ่ จะเป็นชาวฮินดู แต่มุสลิมก็มีครับ มีมัสยิคให้เห็นหลายแห่งครับ ทว่า เห็นป้อมที่มีทหารถือปืนจังก้าไปมาบนรั้ว ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะเป็นเรื่องดี ที่มีคนดูแลความปลอดภัยให้ชุมชนอย่างน่ายกย่องมากกว่าครับ
ขับขี่ชมเมืองมาเรื่อยๆ.... ถามทางไป มังกี้เทมเปิ้ล ...... (วัดสวยมภูวนาถ) ....ปรากฎว่า ไหงโผล่มาที่ พาหุรัต หรือ โบ๊เบ๊ ของ เนปาล เข้าให้ก็ไม่ทราบครับ
เดินชมทั่วๆแล้ว หายคิดถึงบ้านเลยครับ ...แถมไม่ต้องนั่งเรือ คลองแสนแสบ ไปชมไปช้อปด้วย
คนที่มีพลังตรงหน้าผาก และหน้าผากแข็งแกร่งที่สุดในโลก อยู่ที่นี่ครับ
ขอคารวะครับ
เป็นไงครับ
ที่นี่ คือ ศูนย์การค้า นารายัน ครับ ซึ่งอยู่ติดกับ.......
เดี๋ยวครับ...ยังไม่บอกครับว่า ติดกับอะไร แต่ขอชดเชยด้วยการเล่าว่า ....ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ พาชมิน่า ที่นี่ถูกที่สุดครับ เพราะใช้ราคาขายส่ง เป็นฐานได้ ซ้ายล่าง เป็นการ ขายสลากชิงรางวัล ที่มีอยู่ทั่วไปครับ ขวาล่าง...ขลุ่ยร้อนๆจ้า....
จะไม่ถูกได้ไงไหวครับ ในเมื่อคู่แข่งเต็มไปหมดรอบด้านอย่างที่เห็นครับ
ครับ ศูนย์การค้า นารายัน อยู่ติดกับ กาฐมาณฑุ ดูบาร์ สแควร์ หรือ อีกชื่อหนึ่ง คือ หนุมาณ โดก้า สแควร์ ครับ โธ่ โธ่....ถามทางเพื่อไป มังกี้สแควร์ หรือ วัด สวยมภูวนาถ แท้ๆ คนบอกทาง จัดการตีความโดยไม่พึ่งศาลรัฐธรรมนูญว่า หนุมาณ ก็คือ มังกี้ เลยชี้นำให้เรามาที่นี่ซะงั้นครับ....แต่ไม่เป็นไรครับ ที่นี่ก็อยู่ในเป้าหมายด้วยเหมือนกันครับ (มิน่า ถึงคุ้นๆ เพราะอยู่ใกล้ ทาเมล มากครับ)
สวยงาม ต่างจาก ปาตัน แม้จะดูคล้ายๆกันครับ
น่าเสียดายนิดๆครับว่า มรดกโลกทุกแห่งที่นี่ วันปรกติยามค่ำไม่ได้ประดับไฟ หรือมีแสงไฟ ให้ถ่ายภาพ (ซึ่งคงจะงดงามตระการตามาก) เหมือนบ้านเราครับ
ความงดงามของศาสนสถาน.....
....และความงดงามของผู้คน....
......ความใสซื่อ บริสุทธิ์ น่ารัก ของเด็กน้อย.....
และ.......
ความรับผิดชอบ.....ความเอาใจใส่.....ความผ่อนคลาย....และ...ความเพลิดเพลิน
สองภาพบน คือทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ต้องซื้อบัตรผ่าน 250 รูปี ที่ผมไม่สนใจจะเข้าชมครับ ของที่ระลึกที่วาง ที่แขวน ล่อสายตานักท่องเที่ยวให้ควักกระเป๋า มีหุ่นกระบอก ด้วยครับ.....เห็นแล้ว ก็อดนึกถึง อดสงสาร พวกที่ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน ไม่ได้เลยครับ ภาพล่างขวา คือสาเหตุ ที่ผมมีเวลาเตร่เก็บภาพไปเรื่อยๆเป็นชั่วโมงๆแล้วยังต้องมารออีกครับ ทว่า.......การได้ยลยิน และสัมผัส บรรยากาศ กาฐมาณฑุ ดูบาร์ สแควร์ หรือ หณุมาณ โด้ก้า สแควร์ .....ก็อิ่มเอิบใจยิ่งนักครับ
เราไปต่อกันที่ มังกี้เทมเปิ้ล ของแท้นะครับ......อีกไกลจากที่นี่เชียวครับ กว่าจะถึง วัด สวยมภูนาถ อ่านว่า สะ-วะ-ยม-ภู-นาถ นะครับ ไม่ใช่ สวย-มะ-ภู-นาถ ครับ ทราบมาล่วงหน้าแล้วครับว่า.....ต้องขึ้นบันได 300 กว่าขั้น เพราะฉะนั้น ก็หาร้านจำหน่าย เครื่องดื่ม สแน็ค....พักเติมพลัง และฝากเป้ หมวกกันน็อค ไว้ที่ร้านตามฟอร์ม จนได้เพื่อนมาอีกครอบครัวหนึ่ง ทางขึ้น ต้องผ่านด่าน พีอาร์ ประชาสัมพันธ์ (ตั้งเอง) ของวัด ที่เป็นปราการเข้มแข็งพอประมาณ (สองภาพล่าง) ครับ
บริเวณทางขึ้น เจอพ่อค้าขายข้างพองคลุก ไม่น่าแปลกในอะไรครับ แต่เพิ่งเห็นคนขายน้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวที่หั่นเป็นแว่นอย่างที่เห็น แปลกตาดีครับ ด้านขวา มีกองหินโบกปูนติดกันเป็นแผง มีลาย มนตรา เขียนด้วยสีต่างๆเต็มไปหมดครับ
สองข้างทางขึ้น มีแผงจำหน่ายของที่ระลึก ซึ่งเป็นแผ่นหินสลัก มนตรา และ สัญลักษณ์อันเป็นสิริมงคล ต่างๆโดยมีช่างนั่งบรรเลงฝีมือให้เห็นชัดๆว่าเป็น หัตถกรรมชาวบ้านแท้ๆครับ
เพื่อนๆคงทราบดีนะครับว่า มนตราที่เห็นก็คือ โอม มานีปัทเม ฮุม หรือ โอม ดวงมณีในดอกบัว คาถาบทสำคัญใน พุทธศาสนา นิกาย วัชรยาน ...นั่นเองครับ
ที่มากพอๆกัน ก็คือ ผ้าลายปัก ที่เป็นฝีมือของ ทั้ง ชาย และ หญิง ครับ
แรกๆก็เดินสบายไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่พอเห็นบันไดที่ลาดขึ้นสูงต่อหน้าแล้ว เราก็เริ่มเถียงกันแล้วครับว่า ทำไมไม่เอาไม้เท้ามา...และเมื่อเดินต่อไปไม่ถึงครึ่งทาง ประเด็นก็เปลี่ยนเป็น... เอ๊ย... แถมด้วย..... เอ...จะไปพูนฮิลล์ดีหรือ เอาแค่ ซารังก็อต วันเดียวก็พอดีกว่ามั้ย.
ถึงครึ่งทาง เราก็มีกำลังใจขึ้น เมื่อสายตาสัมผัสกับ สถูป และ เจดีย์ มหึมา ที่อยู่เบื้องบน
ยิ่งยืนนิ่งพักหายใจ และหันไปมองด้านข้าง ความเหน็ดเหนื่อยก็หายไปแทบจะปลิดทิ้งครับ
แล้วในที่สุดเราก็ขึ้นมาถึงบนที่เป็นลานกว้างใหญ่ ซึ่งมีพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวมากมายทีเดียวครับ
เดินวนซ้าย หมุนกงล้อมนต์ไปเรื่อยๆ และ สวด โอม มานีปัทเม ฮุม เป็นการท่องอธิษฐานตลอด แล้วจะสมหวังในชีวิตนะครับ.....แต่สำหรับเรา ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร...... ในเมื่อคุณนายภาวนา ขอให้ชาติหน้า ได้แฟนดีๆ รูปหล่อ ซื่อสัตย์ อย่างผมเป็นทาสในเรือนเบี้ยต่อไปอีก ในขณะที่ผมอธิษฐานวิงวอนขอพร ให้เกิดเป็นนกพิราป ที่มีชีวิตเสรี ครับ |