ตอนที่ 3. เที่ยวนาการ์ก็อต สำรวจรีสอร์ต และโรงแรม 5 ดาว-แวะ บักตะปูร์-ท่องตลาดนัดยามค่ำ

สวัสดีครับ

ทริปสตอรี่ เนปาล ผมเขียนไปแล้ว 2 ตอน คือที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ

ตอนที่ 1. ที่ซื้อตั่ว-แหล่งข้อมูล-เดินทาง-ท่องทาเมล ราตรี-ชม กาฐมานฑุ ยามเช้า 

ตอนที่ 2. ชมวิถีชาวบ้าน กาฐมานฑุ-มอไซค์พาเที่ยว- ไปนาการ์ก็อต 

สำหรับข้อมูลอัพเดท เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวเนปาลนั้น ผมเขียนไว้แล้ว 5 ตอน ดังนี้ครับ 

เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 
เล่าไปแล้ว 6 หัวข้อดังนี้ครับ

1. ไปเนปาล ซื้อตั๋วสายการบินไหน ที่ไหนดี ?
2. ทำวีซ่าที่ไหนดี ? ที่เมืองไทย หรือจะ Visa on Arrival ที่โน่นดี ?
3. จะแลกเงินที่ไหนดี ?
4.ว่าด้วยเรื่องอินเตอร์เน็ต
5. บริการฉับไว ถูกใจขาเม้าธ์ยิ่งนัก
6. การหาที่พัก ใน กาฐมาณฑุ

เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 
เล่าไปอีก 7 หัวข้อดังนี้ครับ

7. การเดินทางไปไหนมาไหนใน กาฐมาณฑุ
8. การเดินทางไป โพคขรา โดยเครื่องบิน โดเมสติก
9. การเดินทางไป โพคขรา ด้วยรถบัส
10. จะหาข้อมูลที่ไหน ไปเทรคกิ้ง Poon Hill ?
11. จะจ้างไกด์ หรือ ลูกหาบดี ? จ้างที่ไหน?
12. เนปาลใช้ปลั๊กแบบไหน ?
13. การหาที่พัก ใน โพคขรา.

เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 3 
เล่าไปแล้วอีก 4 หัวข้อครับ

14. จะเช่าอุปกรณ์เทร็คกิ้ง ที่ไหนได้ ?
15. จะไป นายาปุล อย่างไร? ตอนไหน? ทำไม?
16. ต้องซื้อ/ควรซื้อ Trekking Permit ของ ACAP หรือไม่?
17. ที่พักที่ดีที่สุด ในเส้นทางเทร็คกิ้ง พูนฮิลล์

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4 
เล่าไปแล้วอีก  6 หัวข้อครับ

18. ที่พักที่ดีเยี่ยม บน โกเรปานี ก่อนขึ้นพูนฮิลล์
19. เทร็คกิ้ง พูนฮิลล์ ควรเตรียมอะไรไปบ้าง ?
20. อาหารแขก ที่อร่อยที่สุด ใน กาฐมาณฑุ
21. อาหารแขก ที่อร่อยที่สุด ใน โพคขรา
22. ร้านอาหารไทย ใน กาฐมาณฑุ
23. ช้อปเพลินจนเงินหมด จะกด เอทีเอ็ม ได้ที่ไหน?

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 5 
เล่าไปแล้วอีก  6 หัวข้อครับ

24. ทำอย่างไรดี ถ้าสายการบิน ดีเลย์ หรือ ยกเลิกไฟล้ท์
25. เที่ยวอย่างไรให้ประหยัด
26. เจอ เมาอีสต์ (Maoists) หรือเปล่า ถ้าเจอแล้วจะทำอย่างไรดี....

ด้วยความที่ไปเที่ยวแบบไม่มีอะไรเป็นข้อมูลเบื้องต้น เมื่อผ่านช่วงที่เห็นม้าเห็นลายืนเล็มหญ้าไปหน่อย เราเห็นบานประตูใหญ่เปิดกว้างอยู่ มีรถจิ๊บวิ่งเข้าไป เราก็เลยนึกว่าเป็นทางสาธารณะ ....จนเมื่อถึงข้างใน จึงทราบว่าเป็นพื้นที่ของ คลับหิมาลายา เค้า..(แต่ว่าไป ก็สาธารณะนั่นแหละครับ เพราะอยากให้คนเข้าไป อย่างน้อยก็ขายขนมปัง กาแฟได้ก็ยังดี) ครับ

ภาพซ้ายล่างเป็น ทีเฮ้าส์ อินน์ (คำขวัญ : For more than just tea) ส่วนที่เป็นที่พัก ร้านอาหารราคาประหยัดในเครือเดียวกัน (ซึ่งผมไม่ได้ขึ้นไปชมครับ แต่ตบแต่งมองจากภายนอกสวยงามมากครับ)

ภาพขวาล่าง เป็น เบเกอรี่เฮ้าส์ และทางขึ้นไป รีสอร์ต คลับ หิมาลายา ครับ

ราคาที่พัก ในรูปแบบต่างๆก็อย่างที่เห็น ซึ่งต้องถือว่า ถูกมากครับ (ห้องแพงสุดก็แค่ครึ่งราคาของ คลับหิมาลายา พี่ใหญ่)  เมื่อคิดว่าสามารถใช้ แฟซิลิตี้ได้เกือบทั้งหมด เพราะอยู่ในบริเวณไม่ห่ างกันเลยครับ

แต่ตอนนี้ เราหิวจนจะตาลายแล้วครับ ขอฉลองด้วยขนมปัง และเค็กนุ่มๆก่อนครับ

เดินขึ้นไปบันไดไปผ่านร้านขายของที่ระลึกและห้องน้ำไป ก็เป็นทางขึ้นไปสู่ลานกว้าง ซึ่งค่อนข้างรกนิดๆครับ เพราะเพิ่งจบงานใหญ่มีพนักงานเก็บข้าวของ และถอดเวทีกันคึกคัก.....

ลานกว้างนี้ในยามเย็น คงมีคนมาชม ซันเซ็ท กันหนาตาแน่ครับ แต่อย่าลืมอ่านป้ายนะครับ ....อาหารเครื่องดื่มจากภายนอก ห้ามนำเข้ามารับประทาน... ครับ

มุมเด็ดด้านหน้า..มี 2 สาวจาก สวิสเซอร์แลนด์ (สวิสเซอร์แลนด์? คุณยาหม่องไพลสด หายไปไหนครับ ) จับจองนั่งคุยกับไกด์หนุ่มชาว เนปาล แล้ว เราจึงนั่งใต้ร่มไม้ทานขนมปังและเค็กไปพลางๆ

วิวที่มองไปไกลๆในมุมที่ไม่ค่อยถนัด ก็แค่นี้ครับ

คลับหิมาลายา อยู่ทางด้านโน้นครับ เชิญ คุณ Patches เดินล่วงหน้าไปกับคุณนายก่อนได้เลยครับ ผมจะค่อยๆเก็บภาพตามหลังไปติดๆครับ

พ้นประตู ผ่านการ์ดที่ยืน นมัสเต เข้าไป ก็พบว่า พื้นที่กว่า 80% เป็น ส่วนทานอาหารครับ แม้แต่บริเวณรอบนอกข้างสวนก็ใช่ครับ.... บรรยากาศหะรูหะรา และ โรแมนติกมากทีเดียวครับ

บริเวณ ล็อบบี้ ที่เป็น ฟร้อนท์ ออฟฟิซ และเก้าอี้รับแขกมีนิดเดียวครับ 2 มุมนั่งได้ไม่เกิน 10 คนครับ...ห้องน้ำอยู่ตรงข้ามเห็นชัด เชิญชวนให้ใช้บริการ ซึ่งเราก็ให้ความร่วมมือด้วยดีครับ

เรื่องตาดี หาที่เสียตัง เป็นไม่เกินคุณนายที่เคารพแหละครับ ขนาดมุมนี้ หลบแทรกอยู่ด้านหลัง ฟร้อนท์ ออฟฟิซ (ผมเดินผ่านหลายรอบยังไม่เห็น) แท้ๆ.... คุณท่านก็ยังสำรวจเจอจนได้....ด้วยสัญชาตญาณและศักยภาพประจำตัว ที่ผ่านประสบการณ์การค้นแคะแซะกระเป๋าตังของผมมาเป็นสิบๆปี

แล้วก็จ่ายไปอย่างไม่เสียดมเสียดาย ทั้งๆที่ปากบอกปากบ่น ให้คนขายได้ยินตลอดว่า...อิทส น็อต ไน้ซ์ ไอ โด้นท์ ไลค์ ดีส ดีไซน์....ไอ โด้นท์ ไลค์ ดีส คัลเล่อร์....ทู บิ๊ก...ทู สมอลล์...ทู ลอง....ทู ชอร์ต.....อีฟ อิทส ซิลเว่อร์ โอเค น็อต โกลด์......อีฟ อิทส์ โกลด์ โอเค น็อต ซิลเว่อร์... แล้วซื้อมาทำไมไม่ทราบครับ ถ้าไม่ถูกชะตา สะความนิยม...... ถามหน่อยครับ....ปากอย่างใจอย่างแบบนี้ ไม่อายใครเขาหรือไงครับ

ผมหลบฉากออกมาที่ด้านหน้า ยืนอ่านโปรแกรม มอร์นิ่งเทร็ค ของทางโรงแรม ที่นำคณะไปชม ซันไร้ซ์ บริเวณ ทาวเว่อร์ (?) ตั้งแต่ตี 4.........จึงหันไปถามรายละเอียดจากพนักงาน ก็ได้ทราบว่า ออกจากประตูใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปอีก 4 กม.จะมีหอคอยชมวิวอยู่ครับ.....ได้การ ได้การ

ไปตามทางบอก แล้วเราก็เจอลานกว้าง มีรถจอดหลายคัน รวมทั้งมอไซค์ จักรยาน มีร้านค้า 2 ร้าน.......คณะ ที่ขี่เสือภูเขา เห็นแว๊บๆตะกี้ นั่งหอบนั่งดื่มน้ำคุยกันกับไกด์ (ใช่ครับ ซื้อ ทัวร์ เมาเท่นไบ้ค์ มาครับ) ยังไม่ได้ขึ้นข้างบน เพราะเพิ่งมาถึง...ส่วนไกด์และคนขับรถ ของลูกทัวร์เจ้าอื่นก็เซอร์วิสเยี่ยมมากครับ บอกคณะของตัวว่า ....อยู่โน่นนะ ไปเองเลย ไม่อยากรบกวน จะนอนรออยู่ตรงนี้... มันแน่มาก

ทางไปหอคอย ต้องเดินอุ่นเครื่องหน่อยครับ สัก 500 เมตรเห็นจะได้ครับ

เหนื่อยใจมากครับ สำหรับคุณนาย ที่ไม่ค่อยนึกถึงสัจธรรมในเรื่องสังขารเลย ยืนกรานจะขึ้นไปให้ได้ เล่นเอาผมใจหาย

แป้ว หล่นไปอยู่ตรงตาตุ่ม เป็นห่วงเป็นใยออกนอกหน้าแบบไม่อายชาวพารา หลับตาภาวนาสวดมนต์อธิษฐาน....ตก ตก

ตก ตก ตก ..ตลอดเลยครับ

ว่าไป...ก็สวยคุ้มค่าความท้าทาย อ่ะนะครับ

เสียดายชะมัด..ถ้าชาติก่อนทำบุญเพิ่มขึ้นอีกนิด ขากลับคงกลับพร้อมคนซ้ายมือในรูปขวาล่างแล้วล่ะซีครับ

ขากลับลงเขามา ผ่านเนินเขา ที่เห็นมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเบื้องหน้า ซึ่งแสงสุรีย์สาดส่องกลางหุบ เห็นเนินนึง สว่างไสวกว่าจุดอื่นราวสปอตไล้ท์จับ...งามระยับระยิบจริงๆครับ

ลงเขาต่อมาอีกทางหนึ่ง เห็นหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า ตลอดทางก็มี ป้ายโฆษณา รีสอร์ตเยอะแยะไปหมดครับ ...ภาพขวาล่าง เป็นบ้านสระน้ำ.....เอ๊ย....โรงบิลเลียด ครับ...เกือบไปแร่ะ...ก็เขียนว่า Pool House นี่นา.....

ใกล้ป้ายรถเมล์ด้านนี้ เป็นชุมชนร้านค้าขนาดย่อมครับ สินค้าจิปาถะ มีแทบทุกอย่างที่สตางค์สรรหาได้ครับ ...ส่วนแหม่มคณะนี้ เพิ่งจะเนินขึ้นเขาครับ เป้าหมายคือชมพระอาทิตย์ตกดินค่อนข้างชัวร์ครับ

เรื่องสีสัน ต้องยกให้เค้าเลยครับ เนปาล....

ขวาล่างนั้น ขาย ข้าวพองคลุกรสเด็ด อย่างเดียวกับที่เจอตรงโรงเรียนตอนขึ้นเขาครับ แต่มีแปลกคือ ใส่โคนก็ได้ด้วย   ครับ....เจ้านี้ รสชาติคงเข้มข้นครับ หน้าตาออกจะบอก....

เลาะตามซอยข้างๆตึก 3 ชั้น เป็นทางไปสู่ รีสอร์ตต่างๆครับ.....

2 ภาพบน โรงแรมนี้ ชื่อเก๋มากครับ เฉพาะชื่อก็กินขาดใครๆครับ ....ณ ปลายสุดขอบโลก....ไม่ต้องขึ้นไปชม มาเที่ยวหน้าไม่พลาดแน่ครับ

2 ภาพล่าง โรงแรมดังของที่นี่ครับ เป็นของญี่ปุ่นครับ...เขาว่า..ชื่อ นิเว นิวา ลอดจ์ ครับ

เอาละครับ เราไปเยี่ยมชม โรงแรมในอุดมคติของเรากันหน่อยครับ คันทรี่ วิลล่า นาการ์ก็อต ครับ
ผมสอบถามราคาดู ....บอกว่า 50 ยูเอส....ถามต่อว่า ทำไมแพงจัง เป็นราคา ไฮซีเซิ่นหรือเปล่า..เขาบอก...เป็นราคาปรกติ... ครับ ....ถามอีก...ลดบ้างได้ไหม....เขาบอก...คิด 40 ละกัน....  แปลตรงๆว่า ลดต่อไปอีกก็คงได้ครับ ไม่ยากเท่าไหร่ด้วยครับ อยู่ที่ฝีมือ ครับ

ห้องพักอยู่ที่ตึกสีเทาอ่อน ต้องเดินลง เดินขึ้น ผ่านลานชมวิวนิดหน่อยครับ

จะชมวิวก่อนยังงั้นหรือครับ..ได้ครับ ได้ครับ


ที่นี่ เค้าว่า ยามเช้า เห็นเทือกเขายาวสวยสะดุดตา น่าประทับใจไม่มีเบื่อ อย่างในโฮมเพจเชียวครับ http://www.hotelcountryvilla.com/

แต่เราขอ อดเปรี้ยวไว้ทานหวาน ดีกว่าครับ...จะไปสัมผัส พูนฮิลล์ อยู่แล้ว

ทางเข้า...และ ห้องพัก ครับ....นั่งดื่มกาแฟตรงระเบียงเช้าๆ เห็นสวรรค์รำไรเชียวครับ ผมว่า....

บาร์...และ นามบัตรของผู้จัดการเค้าล่ะครับ ด้านหน้าโรงแรม มีชิงช้าแบบเผ่าแม้ว มีเด็กๆมาเล่นกันสนุกสนานด้วยครับ เราตระเวณไปเรื่อยๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมแบบรีสอร์ตเพียบครับ...เจอฝรั่งที่อยู่เชียงใหม่ มาพักแถวนี้ด้วยครับ

เราย้อนกลับไปทางหมู่บ้าน เจอโรงเรียนเด็กเล็กที่ สโมสรโรตารี มาสร้างไว้ให้ด้วยครับ...ส่วน นาขั้นบันไดนั้น ไม่ต้องกลัวจะไม่ได้เห็น กลัวจะเห็นจนเบื่อมากกว่าครับ

บ่ายมากๆแล้วครับ กลับบ้านพักดีกว่าครับ....ช่วงนี้ขับสบาย อากาศเริ่มเย็นยะเยือก ต้องสวมเสื้อคลุมทับทีเดียวครับ

ได้เวลาเด็กๆที่เข้าไปเรียนในเมืองกลับบ้านกันแล้วครับ ......สาธุ...ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อย่าได้เป็นข่าวขึ้นหน้า 1 แบบบ้านเราเลยนะครับ.... ทางขึ้นเขาลงเขาเสียด้วยซีครับ

ลงมาถึงหมู่บ้าน เห็นมีร้านขายกาแฟ ขนมอยู่ เลยแวะพักหน่อย สั่งชานมมาทาน และดูชายหนุ่มนั่งทำขนมครับ.........โห..ครีเอทสุดๆ รอยหยักจีบใช้มือจับ แต่ลายเส้นบนตัวขนมที่ทำด้วยแป้ง ไม่ต้องใช้แม่พิมพ์เลยครับ...หวี นี่และครับ หวี...โห...ภูมิปัญญาชาวบ้านสุดๆ...แต่ในเมื่อเป็นของทอด เราก็ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ครับ..... สั่งมาทาน 2 จาน หลายอย่างรวมกัน ทำให้ทั้งครอบครัวปลื้มมาก........ว่าแล้วก็แถมความสุขให้อีก...โดยการกดแช๊ะภาพครอบครัว และเปิด แอลซีดี ใหดู...เรียกรอยยิ้มยามเย็นอวดผู้คนรอบด้านได้ไม่บันเบาเลยครับ

ขี่รถไปต่อ เจอสิ่งก่อสร้างที่ดูมีความสำคัญ ถามไถ่ชาวบ้านดู เค้าบอกว่า เป็นทางไป บักตะปูร์สแควร์..อ้าวมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไรหนอ....เดี๋ยวแวะเข้าไปชมหน่อยละกันครับ.....

ปากทางมีบูธจำหน่ายบัตร แต่ไม่เห็นคนเฝ้าว่าอะไร..คงเป็นเพราะมอไซค์นี่แหละครับ ไปไหนมาไหน สะดวกปลอดโปร่ง แบบ สี่ศูนย์พูนสวัสดิ์เลยครับ...

เข้าไปภายในตัวจัตุรัส จอดรถเสร็จ จะเดินเข้าไปชมข้างใน คนเฝ้าบอกต้องซื้อบัตรก่อนครับ...เมื่อแวะไปที่บูธข้างๆ ก็เลยได้ข้อมูลมาเยอะครับว่า...ที่นี่เปิด 24 ชม. มาชมตอนไหนก็ได้ ซื้อบัตรครั้งเดียวอยากชมกี่ครั้งก็ไม่ว่ากัน ขอเพียงให้แจ้งและทำการบันทึกไว้ก่อนเท่านั้น...ที่นี่มี 4 จัตุรัส เนื้อที่เท่าไหร่จำไม่ได้ครับ แต่กว้างขวางมาก...

รายได้ทั้งหมด ทางเทศบาลที่นี่ นำไปปรับปรุงดูแลให้คงทนถาวร....

ฟังแล้วก็ชื่นใจ จนกระทั่งเขาบอกว่า ค่าบัตรคนละ 10 เหรียญยูเอส นี่แหละครับ เริ่มสลดนิดหน่อยครับ ......โห...400 บาท 2 คนเกือบพัน (ดูละครบาหลี ยังถูกกว่าตั้งครึ่ง นี่ของตั้งอยู่กับที่แท้ๆ ไม่ได้ใช้แรงงานสักหน่อย อิอิ) อะไรจะขนาดนั้นครับ...

สนน่ะสนอยู่หรอกครับ แต่เย็นอย่างนี้ ถ่ายรูปได้ไม่เท่าไหร่ เอาไว้วันหลังค่อยมาเช้าๆดีกว่านะครับ....เฮ่อ...

ออกจาก บักตะปูร์ มา ถามทางเรื่อยๆจนได้ทางลัดเข้าเมืองที่ขับขี่สบาย เพราะรถน้อยลง ความชุลมุนลดไปกว่าครึ่งครับ

กระทั่งมาถึงตลาดใหญ่ มีผู้คนชุมนุมจับจ่ายซื้อข้าวขิงเยอะแยะ เลยขอแวะนิดครับ

คุณนายก็ตามฟอร์มครับ แวะเข้าร้านอัดรูปที่เห็น ผูกสัมพันธไมตรี แล้วก็ฝากทั้งหมวกกันน็อค เป้ แถมให้เป็นยามเฝ้ามอไซค์หน้าร้านให้ด้วย .....ซึ่งหนุ่มน้อยก็ ....โอเค โอเค โนพร้อบเบลิ้ม แบบงงๆว่า...อารายว้า....

คึกคักไม่แพ้ คลองถม คืนวันเสาร์ทีเดียวครับ 

เดินชมคนที่แห่จากไหนมาไม่ทราบ จับจ่ายข้าวของยังกะแจกฟรี ทุกร้านทุกคูหา แน่นขนัดไปหมด ป้ายรถเมล์ก็มีคนขึ้นรถแน่นขนัดครับ.........ได้เวลาใกล้ทุ่ม เราจึงแวะแซวเด็กๆร้านทำขนมทอดแถวนั้น 2-3 ราย ได้หัวเราะ ฮากันมันส์ในอารมณ์ แล้วเราก็เดินทางต่อเข้า ทาเมล.....และฉวยโอกาสนั่งชมการ ทำ พิธี ปูจ๋า (บูชา) ด้วยเครื่องดนตรีและการสวดประสานเสียงกัน กลางตลาดอย่างเพลิดเพลินยิ่งนัก.....

รักและชื่นชอบ กาฐมาณฑุ เหลือเกินครับ..... แต่มีเวลาที่นี่อีกเพียงวันเดียว ก่อนจะเดินทางไป โพคขรา ในวันถัดไป เราไปต่อกันที่นี่นะครับ ไปเที่ยวหลาย หลาย หลาย แห่งทีเดียวครับ จะบอกให้.....

ตอนที่ 4. แวะชมพระราชวัง-เที่ยวปาตัน หรือ ละลิตปูร์