|
ตอนที่ 1. ที่ซื้อตั๋ว-แหล่งข้อมูล-เดินทาง-ท่อง ทาเมล ราตรี-ชม กาฐมาณฑุ ยามเช้า /b>
สวัสดีครับ ไม่นึกยังไงหรอกครับ ของอย่างนี้ คงต้องยกตัวเองหน่อยนะครับว่า น่าจะเป็นเพราะชาติก่อนทำบุญมาเป็นกอบเป็นกำบ้างกระมังครับ ถึงจู่ๆก็มีอันได้มาเที่ยว เนปาล ซึ่งไม่เค้ย ไม่เคย อยู่ในความคิดเลยครับว่าจะไป... เดือนพฤศจิกายน..... ตั้งมั่นเอาไว้แล้วครับว่า จะต้องหาทางไปเมืองที่มีวิจิตรตระการตาเป็นการสลับฉากกับทริป บาหลี สักหน่อย เพื่อจะได้มีสีสันมาผสานผสมให้กลมกล่อมกับอารยธรรมวัฒนธรรมทั้งหลายที่ได้ดื่มด่ำมาจากบาหลีจนเต็มตื้นบ้าง.....แต่บุญมีแต่กรรมบังครับ...... ขนาดเตรียมข้อมูลเป็นปึกๆ แคะค้นกระทู้ตามเว็บบอร์ดสารพันเป็นกระตักๆ....... แต่เอาเข้าจริง ก็ต้องยอมแพ้ค่าตั๋วครับ เพราะราคาที่ได้โควทมา ห่ างจากเพื่อนๆที่ไปมาแล้วเป็นโยชน์ ........ในที่สุดก็ต้องเก็บโปรเจ็คเข้าลิ้นชักไปพลางๆ....... กระทั่งมีพรายกระซิบบอกว่า....... ทำไมไม่ไปลองหาตั๋วที่ถนนข้าวสารบ้างล่ะ...ที่นั่น พวกเอเย่นต์ เขามีช่องทางได้ตั๋วราคาถูกๆเยอะนะจะบอกให้... แล้วผมก็ถือโอกาสวันไปฉลองครบรอบ 32 ปี 14 ตุลาฯที่ธรรมศาสตร์ แวะเวียนไปที่ถนนสายต่างชาติอันลื่อลั่นไปทั่วโลกเส้นนั้น ในช่วงบ่ายต้นๆก่อนการแสดงสัมโมทนียกถาในหอประชุมใหญ่....แล้วผมก็ โป๊ะเช๊ะ...เมื่อได้ข้อเสนอที่ห้ามมิให้ปฎิเสธจากที่นั่นว่า...ตอนนี้ มีโปรโมชั่นเนปาล สนใจปล่าว....... ฮ้า....สนใจสิครับ....ล้อเล่นหรือเปล่าครับ กับราคาแค่ที่ว่า...ไม่ใช่โลว์คอสท์นา.... ครับ ..........Khao Sarn Road... คือประตูที่พาเราสองมุ่งสู่เมืองเนปาล ....ในขณะที่ยังไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อยครับ ...แต่เราก็ไม่กลัวครับ เพราะเรามีเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง ที่ผ่านเนปาลมาแล้วในชั่วระยะเวลาใกล้ๆกันถึง 2 รอบ สิริรวมเวลาเกือบเดือน ผู้มีมุมมองทรรศนะในทิศทางคล้ายๆกัน..... คนนั้นอีกแล้วครับ เจ้าเก่าเจ้าเดิม.... You are my sunshine, my only sunshine ขอบคุณมากๆครับ ...เอง.. ซันไชน์..... ขอบคุณมากๆครับ ที่ทำให้ได้รับรู้ว่า ทำไมใครต่อใครถึงไปเนปาลกัน และทำไมไปมาแล้วถึงจุ๊ปากด้วยความประทับใจสุดพรรณนาไปตามๆกัน ......ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลอัพเดท เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวเนปาลนั้น ผมเขียนไว้แล้ว 5 ตอน ดังนี้ครับ เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 1. ไปเนปาล ซื้อตั๋วสายการบินไหน ที่ไหนดี ? เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 7. การเดินทางไปไหนมาไหนใน กาฐมาณฑุ เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 3 14. จะเช่าอุปกรณ์เทร็คกิ้ง ที่ไหนได้ ? เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4 18. ที่พักที่ดีเยี่ยม บน โกเรปานี ก่อนขึ้นพูนฮิลล์ เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 5 24. ทำอย่างไรดี ถ้าสายการบิน ดีเลย์ หรือ ยกเลิกไฟล้ท์
นึกๆไปก็อดขำและอดเขิลล์ไม่ได้ครับ เมื่อผมไปที่ บ.เวลคัม ทราเวล ที่ ถนนข้าวสาร แล้วสอบถามราคาตั๋วไปแห่งแรกที่ตั้งใจ...... เมื่อ น้อง หนู โควทราคามาให้ ....ผมก็ถามเขาต่อทีละประเทศประเทศ จนโดนค้อนด้วยความสงสัยว่าผมเพี้ยนหรือเปล่าว่า....ตกลงพี่จะไปไหนแน่ ฮ้า.... ได้การ ติดกับผมเข้าอย่างจังครับ...ผมก็เลยยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจเต็มสตรีมว่า....ที่ไหนก็ได้ครับ ขอให้ถูก ขอให้มีโปรโมชั่นเป็นพอ....ฮ่า ฮ่า ฮ่า....นี่แหละ นักเดินทางระดับโปรเฟสชั่นแนลล่ะ....ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องหนูทำหน้าตาเลิ่กลั่ก...ซึ่งผมก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดีครับ...ก็จะไปโทษเธอได้อย่างไรครับ ในเมื่อครั้งที่พบเจอ 2 ผู้เฒ่าที่สนามบิน บาหลี ผมก็ยังง เมื่อเขาบอกว่า...... เวลาเขาขอซื้อตั๋วโดเมสติกนั้น เขาสั่งเลยว่า....เดอะ ชีพเปสต์ แอนนี้ เดย์ แอนนี่ ไทม์...เอาเที่ยวที่ถูกที่สุด วันไหน เวลาไหนไม่เกี่ยง.....ซึ่งตอนนี้ ผมก็แค่เลียนแบบเขามาประสาคนตกงานเท่านั้นเองครับ ได้ตั๋วมาแล้ว ในราคา 11,100 บาทต่อคน ผมถามต่อว่า....อันนี้เป็นเที่ยวบินปรกติใช่ไหมครับ ไม่ใช่โลว์คอสทนะครับ เปลี่ยนวันเดินทางได้ใช่ไหมครับ.....คุณ นิต้า บอกว่า....เปลี่ยนได้เฉพาะวันกลับค่ะ แต่วันไปต้องฟิกซ์ด์ตามนั้น..... แล้วน้ำหนักกระเป๋าล่ะครับ......
จบเรื่องตั๋วแล้ว รายการต่อไปก็คือการหาข้อมูลล่ะครับ....จัดการโทร.เรียนเชิญเพื่อนมาทานข้าวด้วยกัน ที่ ซิซเล่อร์ สีลม...แล้วเมื่อถึงเวลานัด เพื่อนที่แสนดี ก็หอบหนังสือมาฝาก หอบรูปมาให้ดูเพียบ....พร้อมคำแนะนำสารพัดสารพัน ที่เป็นประโยชน์ให้คลายความกังวลได้เป็นปลิดทิ้งครับ โลนลี่แพลนเน็ต 2 ฉบับนี้ มีประโยชน์มากๆครับ...... ยิ่งแผนที่ อาร์นันเปอร์นะ ฉบับกระเป๋า ยิ่งเป็นประโยชน์ที่สุด สำหรับคนที่มืดแปดด้านตอนนั้นอย่างผมครับ....ขอบคุณอีกครั้งครับ...เอง ซันไชน์ มัวแต่คุย มัวแต่เม้าธ์ ไม่ได้ทานอะไรมากนัก...สเต็กที่สั่งประกบสลัด จึงต้องใส่ถุงเทคโฮมมาบ้าน....แล้วผมก็ลืมเรื่องหนังสือ 2 เล่ม+แผนที่ นี้ไป จนกระทั่งวันต่อมา มีเวลาอยากหาข้อมูลดู ก็หาไม่เจอครับ ไม่ทราบว่าไปลืมไว้ที่ไหน....จนกระทั่ง(อีก) มื้อเย็น เปิดตู้เย็นจะเอาสเต็กมาอุ่นไมโครเว็ฟ ค่อยพบว่า ทั้ง 3 ชิ้นนั้น นอนรวมอยู่ในถุงสเต็ก หนาวเย็นจนเกือบจะแข็ง.... เฮ่อ....ขนาดยังไม่เดินทาง หนังสือยังหนาวจัดเป็นลางบอกเหตุว่าจะเจอภัยข้างหน้าเสียแล้วครับ....
บ่ายวันเสาร์ที่ 22 เราเริ่มชุลมุนวุ่นวายกับการเตรียมสัมภาระ ผมจัดการปริ้นท์ข้อมูลของคุณ KFC และ บางส่วนของคุณปรีชา ได้ปึกนึง ไว้อ่านซ้ำบนเครื่อง....ส่วนคุณนายก็เตรียม หมูหยอง คุ๊กกี้ ยาคลายเส้น และอุปกรณ์ที่จำเป็นตามที่อ่านมาจากโปรแกรมทัวร์ของ TKT เรา ฯลฯ ... จนทุกอย่างดูจะเข้าที่ ผ่อนคลายไร้กังวล ...แล้วคืนนั้น ผมก็แทบจะร้องไห้ เมื่อหลังจาก ฟอร์แมท X-Drive เสร็จ ปรากฎว่าเครื่องรวน โอนถ่ายข้อมูลจาก เมมโมรี่การ์ดโดยตรงแบบพกติดตัวไปไม่ได้ ต้องใช้เป็นฮาร์ดดิสก์ แล้วพึ่งพา ทรานสเฟอร์ ผ่านเครื่องคอมฯเอา เศร้าครับ...เศร้า... สายๆวันอาทิตย์ เดินทางสบายครับ จับแท๊กซี่มาถึงสนามบินๆได้ไม่เกินชั่วโมง จึงมีเวลาเหลือเฟือที่จะเดินดู เครื่อง ซีทีเอ็กซ์ ที่เขาตั้งโชว์ไว้.... แล้วก็หลับตาอธิษฐานพนมมือไหว้ไปทีนึง เพราะทราบประวัติความเป็นมาว่า เป็นยิ่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดลบันดาลความมั่งคั่งให้ใครต่อใครมาแล้ว จากนั้น ก็จัดการให้คุณนายนั่ง โพสท่าสง่าราวนางพญาพร้อมสัมภาระประดามี เพราะรู้ว่ามีคนคอยจับตา หาเรื่องหัวเราะเยาะเป็นการบันเทิงอยู่ว่า จะย้ายบ้านอีกแล้วหรือไง ครับ เผลอแป๊บเดียว ไม่ทราบผู้โดยสารมาจากไหนครับ มืดฟ้ามัวดินไปจนเต็มล้นหน้าเคาน์เตอร์...แต่ละคนมีห่อของมหึมาแบบที่เห็นตามบริษัทขนส่ง คาร์โก้ทั้งหลาย คนละ 4-5 ชิ้น ...ยึดพื้นที่หน้าเคาน์เตอร์ไปจนแทบจะหาที่ยืนไม่ได้... ต้องหลบต่อแถวอยู่ข้างๆ ครอบครัวชาวเนปาล ที่มาเยี่ยมลูกชาย และว่าที่ลูกสะใภ้ (มั้ง) ซึ่งมาเรียนโท ที่ เอไอที บ้านเรา....ได้พูดคุยสนทนาพอให้คลายความกระวนกระวายไปได้บ้างว่า...คงได้ที่นั่งดีบ้างละน้า....
แล้วเราก็ต้องขอจารึกความขอบพระคุณ เจ้าหน้าที่ของ แอร์เนปาลอินเตอร์ฯ มา ณ ที่นี่ด้วยความอภิเชษฐ์อย่างสุดซึ้ง ที่คงสังเกตเห็นความละล้าละลังของเรา กรุณาเดินมาสะกิดให้ตามเขาไป แล้วเปิดเคาน์เตอร์ใหม่ให้เราเช็คอินก่อนอย่างสะดวกครับ ...(ครอบครัวเนปาล เลยได้อานิสงก์ไปด้วย และเดาว่าคงตระหนักขึ้นมานิดๆว่า เราทั้งสองน่าจะเป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ปลอมตัวมาคลุกคลีกับชาวบ้านและสำรวจทุกข์สุขไปในตัว ....เพราะหลังจากนั้น ก็เป็นฝ่ายชวนผมคุยโน่นคุยนี่ไม่ขาดระยะ ซึ่งผมก็วางฟอร์ม อึ้มม์ อึ้มม์ อึ้มม์ ได้สมบทบาทมากจนคุณนายชมด้วยการหยิกขาเชียวครับ) ....เหนือไปกว่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่สาวบุคลิกงดงาม ออก บอร์ดดิ้ง พาสส ให้ผมเสร็จ กำลังจะยื่นส่งให้ .... ผมก็เกิด เจ้ากรรม นึกขึ้นได้ว่า ...ต้องเลือกที่นั่งฝั่งขวา จึงจะเห็นเทือกเขาหิมาลัย เอเวอเรสท์ ทั้งหลายแหล่..จึงหันไปกล่าวขอโทษ และขอให้เธอช่วยเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเลือกที่นั่งให้ใหม่ตามต้องการ..... เธอทำสีหน้าเลิ่กลั่ก ชี้ให้เจ้าหน้าที่ชายท่านนั้น (คงเป็นหัวหน้า) ดูว่าไม่มีแล้ว ในตารางเต็มพรืดแล้ว .....แต่ ...เจ้าหน้าที่ชายท่านนั้น ก็จัดการยกหู แล้วกรอกเสียงลงไปว่า..... ช่วยปล่อยที่นั่งหมายเลขxx xx มาให้หน่อย .....แล้วเจ้าหน้าที่สาวก็ออก พาสสใบใหม่ให้ผมทันควัน พร้อมกับฉีกใบเก่าทิ้งเสียงดัง แขว่ก แขว่ก...(เอ้อ...ผมอาจจะหูแว่วไปก็ได้ครับ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าเธอฉีกแรงจังก็ไม่ทราบครับ ) ก่อนเวลา ดีพาร์ทเจอร์ สักครึ่งชั่วโมง....ก็เกิดรายการโกลาหลอลหม่านขึ้นตรงบริเวณ Gate ทางออก..เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ของสายการบิน เดินกันขวักไขว่ ตามล่าตามล้าง คณะผู้โดยสารชาวเนปาลหลายสิบคน และขู่ว่า....เอาออกมาให้หมด เอาออกมาซะดีๆ มีเท่าไหร่ อย่ามาทำลีลา ไม่ให้ขึ้นเครื่องนะ อย่าหวังว่าจะรอด...... นั่งดูสักครู่ เราก็เพิ่งถึงบางอ้อว่า..... ที่แท้ผู้โดยสารกลุ่มนี้ คือพ่อค้าแม่ค้าชาวเนปาล ที่ขนของจากเนปาลมาขายไทย และขนของไทยกลับไปขายที่นั่น โดยฉวยโอกาสหอบหิ้วสัมภาระขึ้นเครื่องคนละ 30-50 กิโลกันเป็นขบวนกันประจำ กระทั่งเจ้าหน้าที่รู้แกว จัดการปรับเก็บ กระเป๋าละ พันบาท ห้าร้อยบาท ก่อนจะยอมให้ไปขึ้นเครื่องได้ (ซึ่งพวกนี้ก็ถือว่าคุ้ม เพราะถ้าผ่านเครื่องชั่งจะต้องเสียถึง กก.ละ 160 บาทครับ) นี่คือ เอสเอ็มอี ขนานแท้ครับ เป็น ชาวธิเบต ที่อพยพมาอยู่เนปาล แล้วก็อาศัย ความขยัน ความอ่อนน้อม เป็นหลักการ เป็นเส้นทางทำธุรกิจจนเอาตัวรอดและร่ำรวยขึ้นมาได้ เหมือนคนจีนรุ่นก่อนที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาไทยจนได้เป็นเจ้าสัวในเวลาต่อมาไงล่ะครับ........คนที่เป็นหัวหน้า มีอยู่ 3-4 คน แต่ลูกทีมที่มาเที่ยวบินนี้ เพื่อหิ้วของโดยเฉพาะ มีถึง 50 กว่าคนครับ.....ว่าไป ก็คือ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ของสายการบินทีเดียวครับ เจ้าหน้าที่หลายท่านเห็นเราให้ความสนใจ ก็หันมายิ้มให้ พร้อมกับอธิบายว่า..ก็อย่างนี้แหละนะค่ะ จะไม่ช่วยก็รู้สึกไม่ดี เพราะพวกเค้าก็ตั้งใจทำมาหากินกันค่ะ....ซึ่งเป็นคำอธิบายที่แสดงออกซึ่งความงดงามภายในดวงจิตที่สัมผัสได้ด้วยความอิ่มเอิบใจ ใน ความเข้าใจเห็นใจหัวอกมนุษย์ด้วยกัน ยิ่งนักครับ...ขอคารวะอย่างจริงใจมาอีกครั้งครับ
นี่แหละครับ สภาพของเครื่อง จากสายการบินที่ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นตั้งเกือบครึ่งเท่าตัว และเท่าตัว ครับ
สองท่านนี้แหละครับ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจค้าเสื้อผ้าเครื่องประดับอยู่ใน ทาเมล และมี สาขาหลายแห่ง....เมื่อเห็นเรามองและซักถามด้วยความเป็นมิตร ปน ชื่นชม ก็กลายเป็นเพื่อนกันขึ้นมาได้ จึงเล่าตำนานความเป็นมาตั้งแต่อพยพจนกระทั่งปัจจุบันให้ฟังอย่างเปิดเผย อย่างออกรส น่านิยมมากครับ เขาเล่าให้ฟังว่า..... มาสายการบินนี้เดือนละ 2 ครั้ง อยู่เมืองไทยพักที่โรงแรมแถวผ่านฟ้าคืนละ 450 บาท นอนห้องละ 6 คน ของที่เอามาจากเนปาลก็ปริมาณพอๆกัน..... และบอกว่า ....คนไทยใจดีมาก เขาได้รับความสะดวกมากมาย รักคนไทยมากที่สุด...แล้วก็มอบนามบัตรให้ผม พร้อมตบท้ายว่า...อย่าลืมแวะไปช่วยอุดหนุนหน่อยนะ จะคิดราคาให้พิเศษ.....แน่ะ แน่ะ.... เพียงสามชั่วโมงห้านาที เราก็มาถึงสนามบิน กาฐมาณฑุ ครับ ปรับนาฬิกาข้อมือให้เร็วขึ้น ชั่วโมงสิบห้านาที แล้วเราก็พร้อมจะ นมัสเต ....โอม มณีปัทเม ฮุม แล้วครับ
นอกจากพ่อค้า 2 คนนี้แล้ว บนเครื่องเรายังได้มีโอกาสรู้จักกับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาทัวร์เนปาล สิบกว่าคนด้วยครับ สุภาพสตรีน่ารักที่พูดคุยกับเราอย่างมีอัธยาสัย คือ คุณหนู จาก บ.ประกันชีวิตที่มีชื่อเสียง ก็ช่วยให้เราหายเหงา ไปตลอดเส้นทาง... ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณหนูมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ช่วงก่อนเครื่องแลนดิ้งสัก 15 นาที ทุกคนก็ชะโงกดู เทือกเขาหิมาลัย นอกหน้าต่าง ตามคำแนะนำของ ทัวร์ลีดเดอร์คณะนั้น แต่ไม่เห็นอะไรเลยครับ เพราะเมฆทะมึนบังไปหมด ... เราใช้เวลาผ่าน ตม.สั้นมากครับ แม้เราทั้งสองจะเจอปัญหานิดหน่อย เพราะวีซ่าที่ทำจากสถานฑูตมา จะประทับตราวันที่ผิด เป็น Issued at 18 OCT 2006...ล่วงหน้าไปตั้งปี .......แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่หัวเราะ ยื่นส่งให้กันและกันดูเป็นมหรสพฟรีๆเย็นวันนั้น...ไม่ถึงนาที ก็ให้เราผ่านไปได้โดยสะดวก ในขณะที่กลุ่มซึ่งทำ วีซ่า ออน อะไร้ว์ว้อล ก็ต้องเข้าคิวยาวต่อไปครับ ช่วงรับกระเป๋าสิครับ ยืดยาดนิดนึง เพราะสัมภาระของกลุ่มพ่อค้ามีมากล้นจนยึดครองพื้นที่ไปหมดครับ ...แต่ตอนออก เราเดินตามกลุ่มทัวร์ของ คุณหนู มา ก็เลยได้มาร์ค อภิสิทธิ์ ไม่ต้องผ่านเครื่องสแกน สบายไปครับ สุภาพสตรีคนซ้ายมือในรูปขวาล่าง คือ คุณหนู ครับ
ออกมาข้างนอก นาบ้าร์ เพื่อนชาวเนปาล ที่ เอง ซันไชน์ ฝากให้ช่วยดูแลเรา ยืนโบกป้ายไหวๆรออยู่แล้ว.... ผมชะโงกเข้าไปเกาศีรษะยืนอ่านตั้งนาน ...ค่อยนึกได้ว่า เป็นชื่อตัวเอง ...ที่ใช้ตั้งแต่สมัยเรียน (เพี้ยนมาจากชื่อเล่นว่า แดง อ่ะครับ) จึงยิ้มให้ และจับมือขอบคุณเขาเป็นการใหญ่ครับ แล้ว นาบ้าร์ ก็พาเรามาโรงแรมที่พัก (รายละเอียดดูจากกระทู้ 44356 นะครับ) อาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วเราก็ออกมาเดินท่องย่าน ทาเมล ทันทีครับ
ดูภาพไป จินตนาการถึงทำนองเพลงสวดของ ธิเบต ไปด้วยนะครับ...เพราะนี่คือเอกลักษณ์ของที่นี่ครับ
เยอะที่สุด เดินขวักไขว่ไปมา ก็คือพ่อค้าเร่ทั้งหลายนี่แหละครับ
รองลงมา ก็เห็นจะเป็น ริกชอว์ พวกสามล้อชมเมือง นี่แหละครับ...ราคาที่เรียกต่อชั่วโมง ฟังแล้วจะเป็นลมครับ 10 เหรียญเอย 15 เหรียญเอย.....แต่จริงๆแล้ว วันหลังเรานั่งจาก หณุมาณโดก้าสแควร์ กลับมาที่พัก ต่อรองกันได้ 40 รูปีเท่านั้นเอง (แท๊กซี่ประมาณ 80 รูปี) ครับ
ส่วนของจำหน่าย มากที่สุดเห็นจะเป็น ร้านขาย ทังก้า หรือภาพเขียนแบบธิเบต ครับ อือม์ ดูสิครับ ทางออกแคบเป็นถนนคนเดินแท้ๆ... ทั้งรถยนต์ มอไซค์ สามล้อ จักรยาน....ดูแล้วเหนื่อยแทน แต่ได้อารมณ์ดีครับ
ผลไม้ร้อนๆ..เอ๊ย...ผลไม้สดๆ กรอบๆ หวานๆ จ๊ะ นายจ๋า.....
สองภาพล่างเป็นของโปรดของคุณนายเค้าอ่ะครับ....และเป็นของโปรดของผมด้วย เพราะทำให้มีเวลาแยกอิสระไปเดินถ่ายรูปได้เป็นชั่วโมงๆครับ
ซ้ายบนเป็นรูปแบบร้านโปรดของเราที่แวะทุกวันครับ...มีเยอะมากครับ ในเนปาล....ดื่มแล้วชื่นใจหาใดเหมือน.....ส้มเช้งคั้นเพียวๆไม่มีสิ่งเจือปน ใช้แก้วละตั้ง 3 ลูกใหญ่ ราคาแค่ 25 รูปีครับ (บางที่ 40 รูปีแต่แก้วใหญ่กว่า ใช้ 5 ลูกครับ) ....
ร้านขาย โมโม่ นี่เปิดจนดึกครับ.....โมโม่ คือขนมจีบ ที่รูปลักษณ์เหมือน เกี้ยวซ่า แต่ขนาดเล็กกว่าครับ...เวลาไปร้านอาหาร อย่าสั่งนะครับ ถ้าไม่มีแบบสำเร็จไว้ เป็นได้รอจนเรอจนหาวเชียวครับ
ขวัญใจของนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ ก็นี่เลยครับ ร้านเบเกอรี่ ซึ่งมีอยู่ 4 ร้านด้วยกัน ที่เปิดขายในราคาลด 50% ในเวลา 1 ทุ่มร้านนึง 2 ทุ่มร้านนึง และ 3 ทุ่ม 2 ร้านครับ...แต่ดังที่สุด ขายดีที่สุด ก็ 2 ร้านในภาพขวามือทั้งบนล่าง คือร้าน Weizen และ Hot Bread ครับ
ร้าน เนปาลิส เรสทัวรองต์ ที่มีบุฟเฟ่ต์ ทุกจันทร์ พุธ เสาร์ นี่ น่าเสียดายจริงๆครับ ว่าจะลองสักหน่อย แต่ไม่ได้ทำดังความตั้งใจ .....ส่วนร้านขายแผนที่และโปสเตอร์...เหมือนดอกเห็ดครับ
สองภาพล่าง เป็นร้านอาหารไทย หยิน-หยาง ครับ (เดี๋ยวมีรีวิวละเอียดวันหลังนะครับ) ที่นี่ มีร้านอาหารไทยอย่างน้อย 3 ร้านใหญ่ครับ คือที่นี่ ...ครัวไทย...และ โฟร์ซีซั่น ครับ
กลับมาที่โรงแรมที่พักของเราอีกทีครับ....สวนหลังโรงแรม สวยมากครับ
ซ้ายมือ คือ นาบ้าร์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนเจ้าของ บริษัททัวร์ ชื่อ Himalayan Grecier ครับ น้องขวาบน ชื่อ ดีเบนเดอร์ ดูแลอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในโรงแรม....ซ้ายล่าง คลิว ปราซาท....บริการดี จริงใจมาก ทำกับข้าวเก่ง.....ขวาล่าง คือ เคเดอร์ กวนมากคนนี้ สั่งอะไรก็ โน พร้อบเบลิ้ม โน พร้อบเบลิ้ม ให้ได้หัวเราะ แต่เป็นงานเป็นการดีมากครับ
เช้าวันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม...เราตื่นเช้ามากครับ ล้างหน้าเสร็จก็ออกจากปากซอย แล้วเลี้ยวซ้าย (สวนกับทางเส้นเมื่อคืน) ตามถนนเส้นใน ไปโผล่ที่ถนนเมนเลยครับ ถึงถนน ค่อยทราบว่า ที่พักของเราก็ดี แหล่งช้อปที่ตระเวณเมื่อคืนมาก็ดี อยู่บนเนินครับ.... เพราะเส้นทางข้างหน้าเมื่อเลี้ยวซ้ายไป จะเป็นทางลาดลง ประสา หุบเขา สมชื่อครับ
ทางเปียก ลื่นพอสมควรครับ ต้องระมัดระวัง...อดสงสารคนเข็นรถไม่ได้ครับ ภาพขวาบน เป็นป้ายรถเมล์ ที่สามารถนั่ง มินิบัส ไป Bus Park เพื่อต่อรถไป พุทธนาถ หรือไป Rattana Park เพื่อต่อรถไป บักตะปูร์ ได้ครับ
ขวามือเป็นทางเข้าไปวัดเล็กๆ และมีตลาดสดด้วย.... เดี๋ยวแวะเข้าไปชมหน่อยนะครับ จะได้ทั้งสดชื่นกับวิถีชาวบ้านและเป็นสิริมงคลด้วยครับ
คุณแม่บ้านมากันสักการะถวายทานไม่ขาดสายครับ ส่วนคนทำงานก็แวะมาขอพร โดยการใช้ปลายนิ้วทั้ง 3 แตะที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วสัมผัสกับหน้าผากตัวเอง ให้เกิดความมั่นใจว่าอยู่ในความดูแลปกป้องภัยให้ศีลให้พรตลอดทั้งวัน พราหม์ที่นั่น กวักมือเรียกผมเข้าไปใกล้ๆ..... เมื่อผมพนมมือ นมัสเต ก็ประจงแต้มสีแดง มาแปะหน้าผากผมด้วยความเมตตาด้วยครับ
ทุกด้านทุกมุม จะเห็นสีแดงปรากฎเป็นรอยให้เห็นถึงความศรัทธาเชื่อมั่นของคนที่นี่ ซึ่งเป็นวิธีแสดงออกอันแสนจะเรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจครับ
เราไปเดินชมร้านค้ากันนะครับ...โน่น รถบัส ข้างร้านหนังสือพิมพ์.....นั่นร้านชำ ที่มีประตูเล็กๆตามแบบฉบับของที่นี่ (แถมอยู่ต่ำกว่าถนน เพราะความเจริญบุกรุก)...นี่ ร้านบริการโทรศัพท์ทางไกล ที่น่าจะไม่ใช่ แฟรนไช้ช์ของ ซิลเวสเตอร์ สตาลโลนเน่.......และ ร้านตัดผม ไขว้ห้างบาร์เบอร์ จ๊ะนายจ๋า......
ปากทางเข้าซอยไปโรงเรียนประถมฯ เห็นที่ให้บริการน้ำประปาสาธารณะไหมครับ....จุดให้น้ำอย่างนี้ มีอยู่ทั่วไปครับ เดี๋ยวเราเข้าไปเยี่ยมโรงเรียนกันหน่อยนะครับ...ไหนๆตะกี้ก็ไปโรงเรียนมัธยมมาก่อนแล้ว...เดี๋ยวจะถูกหาว่าลำเอียง
ทักทาย นมัสเต อาจารย์ที่ขี่มอไซค์มาทำงานเสร็จ ก็ขออนุญาตเก็บ สุภาษิต ทั้งหลายตามฝาห้องมาด้วยความประทับใจยิ่ง...ดูสิครับ...เยี่ยมๆกินใจทั้งนั้นเลยครับ.. สิ่งหนึ่งซึ่งแม้ให้ใครไปแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่กับเรา คือ การศึกษา การตระหนักถึงความผิดพลาด ช่วยให้ไม่ต้องผิดซ้ำซาก ชีวิตเปรียบเสมือนจักรยาน ถ้าหยุดถีบเมื่อไหร่ ก็ล้ม อยากรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพแค่ไหน ต้องลองทำ เป็นไงครับ ยอดเยี่ยมกระเทียมโทนไหมครับ
การเรียนรู้เป็นความขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ ไม่มีใครรวยล้นจนซื้อเครื่องลบอดีตได้ (เจตนาแขวะนายกฯประเทศไหนปล่าวเนี่ย) (อันนี้สุดยอดครับ) อยากได้คำแนะนำที่ล้ำค่า ต้องปรึกษาชายสูงวัย (ไหน ไหน ไหน...ใคร...ใคร...)
อันสุดท้ายนี่สิครับ สัจธรรมชีวิตแท้...อ่านจบ ดวงตาเห็นธรรม ร่ำไห้กระซิกๆเลยครับ เวลาที่สูญเปล่า คือ ชีวิตที่สูญเปล่าไร้ค่า ซาบซึ้งแล้วครับว่า...เวลาหลายสิบปีที่ปล่อยให้สูญเปล่าไปกับคุณนาย ใช่เลยครับว่า ชีวิตผมสูญเปล่า ไร้ค่า เจงๆ...ฮือ ฮือ ฮือ.... ไปต่อกันที่กระทู้นี้เลยนะครับ ตอนที่ 2. ชมวิถีชาวบ้าน กาฐมานฑุ-มอไซค์พาเที่ยว-ไป นากาก็อต |