เชียงตุง-เมืองลา-พม่า เมื่อปี 2550[จากหนังสือพิมพ์ไทนรัฐ]

เที่ยวเมืองบาป เมืองลาพม่าติดชายแดนจีน [14 ก.ค. 50 - 17:29]

เมืองลา(Menglar) พม่า

“เมืองลา” โอ่อ่าหรูหราฟู่ฟ่าดารดาษไปด้วยตึกรามสร้างใหม่ทันสมัย ถนนตัดใหม่โอ่โถงผู้คนแต่งตัวดี เมืองชายแดนที่รถยนต์หรูทันสมัยวิ่งกันขวักไขว่ เป็นไข่มุกเม็ดงามกลางป่าเขาดงดิบสูงลิบชายแดนพม่า-จีน ที่แทบไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริงเป็นเมืองบาปครบเครื่องเพรียบไปด้วยอบายมุข ทั้งซ่อง บ่อน ไพ่ ไฮโล หญิงงามเมือง สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์เอามาขายเป็นอาหารในฐานะยาวิเศษบำรุงร่างกาย และบำรุงเซ็กซ์อย่างยอด เมืองที่เคยมองนักท่องเที่ยวไทยด้วยหางตา แต่วันนี้โอ๋เอาใจน่าดู ด้วยเมืองลากำลังเหี่ยวเฉาลงๆอย่างน่ากลัว

เมืองลา(Menglar) พม่า

ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันจากกลุ่มผู้คร่ำหวอดจัดการท่องเที่ยวไป แวดวงเพื่อนบ้านของไทยที่มีฐานอยู่ในเชียงราย ทั้ง ผอ.ธัญภา นิโครธานนท์ แห่ง ททท. ภาคเหนือ เขต 2 นายสุรนาถ ทวีทรัพย์ แห่ง พีบี. ทราฟเวลเอเยนซี่ นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานหอการค้าเชียงราย และนายนิมนต์ พงษ์สวรรค์ แห่งมายเซเวนทัวร์ ถ้าไปเที่ยวเชียงตุงเลยไปเมืองลาในพม่าแล้วรุดไปเชียงรุ้งสิบสองปันนาในจีน หรือหลวงพระบางในลาว จะตื่นตาตื่นใจสภาพแวดล้อมผู้คนขนบธรรมเนียมประเพณีอาหารการกิน ที่คล้ายเรามากเหมือนได้พบผองญาติที่พลัดพรากจากกันไปนานแสนนาน เฉพาะเมืองลาจะตะลึงกับเมืองที่ได้ฉายาลาสเวกัสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรามุ่งไปเมืองลาห่าง อ.แม่สาย ในเชียงรายราว 260 กม. สู่แดนตะวันออกสุดรัฐฉานของพม่าจดแดนจีนที่มณฑลยูนนาน ผ่านเชียงตุงไปอย่างไม่ชักช้าลัดเลาะไปบนเทือกเขาสูงลิบรัฐฉานที่ความสูง เกินกว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แม้ทางหลวงในพม่าจากแม่สายไปชายแดนจีนที่เมืองลาเป็นทางลาดยาง แล้วแต่ก็ยังแคบเพราะมี 2 เลน อีกทั้งทางบนเขาคดเคี้ยววกวนน่ากลัวต้องระวังเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด นายนิมนต์ พงษ์สวรรค์ รับหน้าที่เป็นผู้นำร่องชี้ทางขับรถล่วงหน้าไปช่วงหนึ่งแล้วติดต่อทางวิทย ุบอกเส้นทางแก่รถคันหลังๆ ตลอดเส้นทาง ทิวทัศน์สองข้างทางไปเมืองลาสดสวยเห็นหมู่บ้านชาวไทยลื้อเป็นหย่อมๆ เห็นการทำนาขั้นบันไดและในพื้นราบไปตลอดทาง ชาวไร่ชาวนาเหล่านั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ ช่วยตัวเองได้ดีแถมถูกกว่าในไทยที่ใช้ระบบโซลาร์เซลล์ ที่โน่นใช้เครื่องปั่นไฟพลังน้ำเล็กๆ ขวางทางน้ำไหลปั่นไฟใช้กันเอง ดูละครทีวีไทยสบายใจไป

เมืองลา(Menglar) พม่า

เมืองลาเป็นหนึ่งในสามเมืองที่รวมเป็นเขตปกครองพิเศษเขต 4 ของพม่า มีประชากรราว 20,000 คน น่าทึ่งที่สุดเป็นเมืองพม่าที่ไม่มีลักษณะพม่าเลยจนนิดเดียว ประชากรเป็นจีนเกือบหมดที่เหลือเป็นไทยใหญ่และ ชาวเขา ทั้งเมืองพูดจีนกลาง ไม่ใช่ภาษาจีนยูนนาน ไม่ใช้เงินจั๊ดใช้แต่เงินหยวนของจีน ป้ายทะเบียนรถก็เป็นป้ายทะเบียนตนเอง เป็นเมืองที่มีกองทัพเอง ที่โน่นไม่มีใครชักธงชาติพม่า ค่ายทหารชักแต่ธงรัฐฉาน เป็นเมืองไร้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองพม่าอย่างสิ้นเชิง ไม่มีทั้งตำรวจทหารและข้าราชการ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะรัฐบาลพม่ามอบสัมปทานการปกครองให้แก่ผู้นำไทยใหญ่ ที่ชื่อ อูไซลิน ที่น่าจะมีเชื้อจีนไปปกครอง หลายคนเชื่อว่าเขาเป็นทั้งนักบุญและคนบาป อูไซลินจัดองค์กรบริหารราชการแผ่นดินในรูปบริษัทปกครองทุกระดับ โดยให้เงินเดือนดีกว่าข้าราชการพม่า

เมืองลา(Menglar) พม่า

สิบกว่าปีที่ผ่านมาเมืองลาเจริญรวดเร็วมากจากเมืองเล็กๆ ชายแดนเงียบเหงากลายมาเป็นเมืองตึกรามบ้านช่องโอ่โถงมีผังเมืองใหม่ ตัดถนนหนทางกว้างใหญ่ ทันสมัย จากนโยบายเปิดเมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นเมืองบาปครบเครื่องด้วยอบายมุข ทั้งสุรา นารี ไพ่ ไฮโล รัฐไหนๆระบุสิ่งเหล่านี้ผิดกฎหมายเมืองลาเปิดฟรีตามสบายทั้งกลางวันกลางคืน มีสถานกาสิโนขนาดใหญ่ เป็นโรงแรมหรูในตัวเกือบ 10 แห่ง รองรับแขกนักพนันที่มีทั้งคนจีน ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น และอีกหลายชาติที่เฮโลไปเล่น เฉพาะคนจีนมีมากที่สุด เพราะทางหลวงสาย R3 ตะวันตก จากคุนหมิงมุ่งไปเชื่อมกับทางหลวงพม่ามาต่อกันที่เมืองลานี่เอง ทำให้รู้ว่าชาวจีนย่านประตูหลังบ้านรวยมากอัดอั้นไม่รู้จะหาทางใช้เงินอย่าง ไร เลยมุ่งมาเล่นการพนันพร้อมซื้อความสุขบำเรอตัวเองกันใหญ่ในเมืองนี้

เมืองลา พม่านอก จากกาสิโนใหญ่ ในเมืองมีร้านอาหารจีนชั้นยอดระดับฮ่องเต้ออกพืด อาจสั่งอุ้งตีนหมี ดีงูสดๆ งูเห่า ตัวนิ่ม ตัวเดียวอันเดียวเสือ และ ฯลฯ มากินได้ สบาย ตามภัตตาคารใหญ่จะเห็นสัตว์ป่าใส่กรงไว้ให้ ลูกค้าชี้นิ้ว สั่งเอาไปฆ่ามากินมากไปหมด ชีวิตราตรีที่โน่นแสงสีฟู่ฟ่ามีโชว์สั่งจากต่างประเทศไปแสดงแยะ คาบาเร่ต์โชว์ของไทยทั้งชายจริงหญิงแท้และหญิงเทียมไปแสดงที่โน่นมาแล้วหลาย ชุด เมืองที่มียาบำรุงเซ็กซ์ขายดกดื่นที่สุดทั้งยาโลกตะวันตกและแบบเครื่องยาจีน โบราณ ผู้หญิงขายตัวมีมากเดินเฉียดนิดเดียวทักกันเกรียวเป็นภาษาจีนแถมแจกนามบัตร อาจเป็นเมืองบ้านนอกพม่าเมืองเดียวที่ระบบโทร.มือถือใช้ได้สะดวกทั้งภายใน และโลกภายนอก คนที่โน่นใช้มือถือยี่ห้อดังราคาแพงๆกันเกร่อ

บัดนี้ เมืองลากำลังเฉาลงๆ เป็นมาเกือบ 3 ปีแล้วว่ากันว่าเพราะจีนปิดพรมแดน แต่จีนบอกไม่เคยปิดเพียงกวดขันคนจีนเข้มงวดไม่ให้ข้ามแดนเข้าไปเล่นการพนัน ยังผลให้กาสิโนใหญ่เกือบหมดปิดตาย บางแห่งปิดร้าง หลายแห่งเปิดบริการเป็นโรงแรมอย่างเดียว ความคึกคักทั้งเมืองลดฮวบ ผู้คนและรถราหายไปกว่าครึ่งกลายเป็นเมืองเงียบเหงาไปถนัดใจ กระนั้นความแปลกใหม่ที่ยังเหลือก็ยังดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวอยู่อย่างไม่ เสื่อมคลาย.

*วีวา*

0 0 0

สิ่งน่าพิศวงเมืองลา

เมืองลา พม่าเมือง ลาเป็นเมืองไทยใหญ่มากไปด้วยไทลื้อ แต่ในตัวเมืองจริงๆแทบไม่มีไทลื้อให้เห็น เพราะอยู่ ตามชนบทกันหมด มีแต่คนจีนสภาพจีนๆทั้งเมือง เป็นเมืองจีนในพม่าดีๆนี่เอง ป้ายโฆษณาป้ายบอกทางชื่อถนนชื่อห้างร้านบริษัทล้วนเป็นภาษาจีน ทั้งเมืองพูดจีนกลางหมด ตั้งแต่บ๋อย สาวเสิร์ฟ คนกวาดถนนจนถึงอูไซลินผู้ปกครองสูงสุด นักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ภาษาจีนกลางเลย ค่อนข้างลำบากสื่อกันไม่รู้เรื่อง ทั้งคำอธิบายการใช้ทีวีวิทยุ ปิดเปิดไฟในโรงแรมล้วนเป็นภาษาจีน ไม่มีภาษาอังกฤษไว้ให้ด้วย

อยากดูวิถีชีวิตชาวเมืองลาระดับชาวบ้านต้องไปตลาดเช้า ตลาดเป็นพิพิธภัณฑ์มนุษย์สดๆ ที่คนร่วมกันอยู่ในเมืองลาดีๆนี่เอง จะเห็นทั้งคนจีน ไทลื้อ ชาวเขาหลายเผ่าพันธุ์นำเอาข้าวของสัตว์เลี้ยงสัตว์ป่าผลหมากรากไม้ผักหญ้า ปลาปิ้ง ไปวางขายแบกะดินเป็นบริเวณกว้างใหญ่มาก ประมาณว่าตลาดเช้าเมืองลาอาจมีถึง 50 ไร่ แบ่งเป็นโซนๆ ตั้งแต่โซนขายอาหาร โซนขายเนื้อสัตว์ชำแหละมี หมู วัว ควาย แพะ แกะ และสัตว์ปีกอีกหลายชนิดที่ถูกฆ่าชำแหละเอามาวางขาย โซนขายผักหญ้าพืชผักพื้นเมืองวางแบกะดินเป็นโซนใหญ่ที่สุด คนขายเห็นได้ชัดจากการแต่งกายเป็นชาวเขาชาวไทยที่มาจากชนบท บางรายเอาไก่บ้านที่เลี้ยงไว้มาขายเป็นๆแค่ 2-3 ตัวก็มี ใครซื้อหลังตลาดมีบริการฆ่าถอนขนให้เดี๋ยวนั้น

โซนที่น่าสนใจพิเศษ ได้แก่ โซนขายสัตว์ป่า สัตว์สงวนสัตว์หวงห้ามและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เอามาขายกันเป็นๆ ไม่น่าเชื่อมีเหี้ยตะกวดมาขายให้เอาทำกินเป็นอาหารด้วย นอกจากงูดุร้ายไม่รู้กี่ชนิด บางอย่างเป็นชิ้นส่วนสัตว์ที่ถูกฆ่ามาแล้ว ว่ากันว่าบางครั้งมีอุ้งตีนหมีสดๆมาวางขายด้วย แต่เมื่อตอนไปไม่เห็น โซนนี้รวมอยู่กับเขตขายชิ้นส่วนซากสัตว์แห้งมีตั้งเขาวัว เขาควาย เขากวาง ดีหมีแห้ง ดีงูแห้ง ตัวเดียวอันเดียวสัตว์ป่า และกระดูกเสือ คนขายดูท่าทาง เป็นชาวเขา มีคนซื้อกันมากนัยว่าเอาไปทำยากินบำรุงร่างกายและบำรุงเซ็กซ์.

อ้างอิง::หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ