บางแสน-เขาเขียว...ทำไมอิสานชอบไปทะเล ?
เป็นคำถามที่ทีมงานพวกเราชาวอิสาน ตั้งกันเอง
และเป็นจริงมาตลอดหลาย 10 ปี
เทศกาลท่องเที่ยวปิดเทอมเมื่อไหร่
ผลโวต ออกเป็นทะเลทุกปี
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล...ถ้ามีเด็ก
สมาชิกของพวกเราโดยเฉพาะที่เป็นเด็กๆ
ดูอย่างไรก็ไม่เบื่อหน่าย
ทุกอย่างดูเหมือนจะแปลกใหม่ไปหมด
จนผู้ใหญ่หลายคน ที่ไม่ได้มานานหลายปี
ก็อดที่จะชื่นชมสัตว์และพืชใต้ทะเลไม่ได้
เจ้าหน้าเขาดูแลได้ดีจริงๆ
สิ่งเหล่านี้ เขาไม่ได้ให้ดูแค่คนละครั้งเดียว
พากันมาดูกี่ครั้งก็ได้
ด้วยอิสานบ้านเรา มักจะว่ายน้ำไม่เป็น
การไปลงทะเลไปดำผุดดำว่ายดูประการัง
จึงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร และเรามักจะหลีกเลี่ยง !!!
เขาสามมุก -- มนต์เสน่ห์ที่เสื่อมคลาย
ไม่ได้ไปเขาสามมุกมานานมาก
ขึ้นไปคราวนี้ขอบอกได้เลยว่า "อย่าไป"
หากจะขับรถผ่านโดยไม่ลง ก็พอได้
เพราะการจอดรถค่อยข้างยุ่งเหยิง
ทั้งคนซื้อและขายอาหารลิง รวมทั้งลิงด้วย
จนแยกไม่ออกว่าอันไหนลิงอันคน อิอิ (อะ..ย้อ..เย้นนนน)
พื้นสกปรกด้วยเศษอาหาร(ลิง)
น่าลื่นล้มจริงๆ
เอาเป็นว่างดลงเดิน งดให้อาหารลิง
นั่งรถผ่านๆ น่าจะเวิร์คกว่า

แหลมแท่น --จากธรรมชาติสู่แหลมคอนกรีต
ผิดกับกลางวันที่ ร้อนตับแลบ
แดดเผายังกับว่าเราเป็น ปลาแดดเดียว
แหลมแท่นวันนี้
มีที่นั่งและอาคารยื่นไปในทะเล
จากแหลมหินธรรมชาติ กลับเป็นแหลมจากคอนกรีต
แต่ไงก็ช่าง !!!
สำหรับพวกเราแล้ว นี่แหละทะเลจริงๆ
มีสายลม มีแสงแดด
ส่วนหาดทรายก็เห็นอยู่ริบๆ เดียวก็ถึง
เรื่องแดดร้อนนั้นเราไม่กลัวอยู่แล้ว
แดดที่อุบลฯ บ้านเราแรงกว่านี้เยอะ
ส่วนว่ากลัวดำจากแดดนั้น ตกไปเลย
ก็เท่าที่เห็นนี้ยังดำได้อีกหรือ....มันดำสุดๆ แล้ว



และแล้ว..ก็..บางแสน
หลังจากเข้าที่พักที่จองมานาน
พร้อมโอนเงินมาให้ก่อน กลัวว่าจะไม่มีที่นอน
พอมาถึงก็ได้ที่พักที่ไม่ตรงกันกับที่เราวาดภาพไว้
มีที่พักที่อยู่ติดกัน ห้องเขาว่างอยู่ ตรงกับที่เราต้องการ
ก็ย้ายไม่ได้เพราะเป็นคนดี จ่ายเงินเขาแล้ว
ก็เลยต้องทนๆ ไป จะเสียดัง ไปเถียงกับเขาก็ไม่กล้า
เดี๋ยวเขาจะว่า เป็นบ้านนอกมาทะเล
ก็เลยเงียบๆ ไว้ ...มาเที่ยวสนุกๆ ไม่ใช่มาทำสงคราม
ต้องการสนุกสนาน ไม่ใช่ชัยชนะ
เตียงผ้าใบ
ความฝันอยู่ข้างหน้า เตียงผ้าใบชายหาด
ทั้งมีร่มกันแดด เหมาชุดใหญ่ 12 ตัว 300 บาท
ถ้าเอาไม่หมดคิดตัวละ 30 บาท
ดูแล้วผลัดกันนั่งคงไม่สะดวก
หรือนั่งซ้อนกัน ยิ่งน่าเกลียดใหญ่
ก็ขอแถมอีก 2 ตัว
และบอกว่าจะช่วยอุดหนุนปูกับปลาหมึก
สงครามเรือกล้วย
เรือกล้วย ๆ (Banana Boat)
เป็นอีกอย่างที่ต้องลุยแน่ๆ
และเป็นสิ่งสำคัญของเรา
ใครผ่านสมรภูมิ "เรือกล้วย"
ก็ต้องแสดงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ของเรา (ภูมิใจจริง..จริ้งงงง)
อาหารเย็นริมทะเล...ในฝัน
อาหารจานหลัก
ยังเป็นส้มตำไก่ย่าง ที่หามาได้จากตลาดอ่างศิลา
ผลไม้ ผัดไท หมูปิ้ง โค๊ก เป๊ปซี่ ...เยอะแยะ
เป็นเพราะความหิว เห็นอะไรก็สั่งมาหมด
และไม่ลืม ปูกับปลาหมึก ของป้าใจดี
ก็เพราะเจ้าพวกนี้กระมัง
ทำให้เราอยากมาทะเล
ระยะทางจากบางแสน ที่จะไปตลาดอ่างศิลานั้นจะผ่านวิหารนาจา
เอาเป็นชื่อเต็มๆ คงยาวกว่านี้ แต่ใครๆ ก็เรียกวิหารนาจา
จริงๆ แล้วเป็นที่รวมเซียนทั้งหมดเลย ไหว้ครั้งเดียวครบทุกเซียน
สร้างได้สวยงามมาก เสียดายที่ไม่อนุญาติถ่ายภาพ
ก็เลยมีแต่ภาพภายนอกมาให้ดู
อาหารเช้าเป็นข้าวต้มปลากระพง
ข้าวต้มปลา--อ่างศิลา/บางแสน


ตลาดเช้าอ่างศิลา
จากบางแสนไม่นาน ที่จะออกถนนสุขุมวิท
ตอนเช้าต้องแวะตลาดเช้าอ่างศิลา
ซึ่งจะขายสินค้าหลายหลาย โดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ
ปลาหมึกย่าง ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมสุดๆ
ข้าวหลามแบบเดียวกะที่หนองมน
ขนมหม้อแกงแบบเพชรบุรี
คณะของเรากระเป๋าฉีกไปตามๆ กัน
จึงพิสูจน์ได้ว่า กระเป๋าแบนๆ ก็ฉีกได้เหมือนกัน
และลองสังเกตุดูแล้ว
โชคดีที่ไม่มีใครซื้อครกอ่างศิลา ตามวัตถุประสงค์ของตลาด
ไม่เช่นนั้น ครกดิน อิสานบ้านเราคงน้อยใจแน่ๆ




สวยสัตว์เปิดเขาเขียว
จุดหมายหลักของเรา บางแสน/เขาเขียว
บางแสนนั้นถึงแล้ว
เหลือก็แต่สวนสัตว์เขาเขียวนี่แหละ...ถึงซะที
เรามาถึงก่อนเวลาเปิดนิดหน่อย
แต่คนที่มาก่อนเราก็ตรึมมมม....
ความตื่นเต้นไม่แพ้ทะเลบางแสน
เด็กๆ ของเรารออย่างกระวนกระวาย
แม้เราจองไว้แล้ว แต่ขั้นตอนการเข้าที่พักและรับตั๋วไม่ง่ายนัก
เพราะเป็นช่วงวันหยุดหลายวัน
เราเลยขอลุยก่อน พักทีหลัง
ด่านแรก ก็เริ่มจากนั่งรถไฟชมทั่วสวนสัตว์
เพราะมีคนขับบรรยายให้ด้วย
สงสัยจัง
กฎหมายโทรแล้วห้ามขับไม่มีผลบังคับกับคนขับรถไฟของเรา
เพราะแกไม่โทร แต่บรรยายตลอด
แถมมีลูกเล่น ขายรูปบนจานด้วย
คณะของเราไม่พลาดอยู่แล้ว
ใครขายอะไรซื้อโหม๊ดดดดด....
เลยได้จานใส่รูปมาคนละอัน อิอิ..
เพราะเขาไม่ตื้อเลยซื้อ
เมืองอื่นๆ ไม่เคยได้ตังค์พวกเราหร๊อก



หลังภาคกลางวันอันวุ่นวาย
เราเข้าพักที่บ้านพักของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว
ซึ่งจะมีอาหารเย็นให้ด้วย
ห้องพักที่เราเลือกเป็นแบบเตียงสองชั้น
เพื่อจะได้พวกด้วยกัน แก้แค้นที่บางแสน
หลายคน บอกชอบมากได้บรรยากาศเด็กหอพักมากๆ
เวลา 19:30 จะถึงเวลาไปส่องสัตว์กลางคืน
พวกเราพร้อมก่อนเวลา
และมีพระบรมสารีริกธาตุให้เราได้บูชา
คณะเราก็เลยได้มงคลไปเพรียบ โดยไม่ต้องไปอินเดีย
วันนี้ เราเลยได้มงคลทั้งวิหารนาจา และที่นี่
เพราะมาเร็วก่อนเวลา จึงได้คิวแรกๆ
ในรถไฟพ่วงแบบเดิม
แต่คนขับเปลี่ยนไป คราวนี้มีคนส่องไฟมาเพิ่ม
โดยจะนั่งคอยส่องไฟอยู่บนหลังคา
เราต้องช่วยกันคอยดู
กลัวว่าเสือจะคาบไปกินเสียก่อน
การดูภาคกลางคืนนี้เป็นระเบียบดีมาก
เพราะเราไม่สามารถ ดูวอกแวกไปเรื่อย
ต้องคอยดูตามแสงไฟที่เขาส่องให้ดู
บางครั้งก็ไม่เห็นตามที่บรรยาย เลยคิดว่ามั่วหรือเปล่า
เพราะพวกแมว พวกลิงมักนอนนิ่งๆ
คนขับซึ่งบรรยายด้วย ก็บอกแต่ว่าเห็นมั๊ย...นอนอยู่นั่นไง ????
ดูเหมือนเสือจะชอบยามค่ำคืนมากที่สุด
คงคิดว่าพวกเราเป็นเหยื่อ ที่อยู่ในกรง
ส่วนพวกมันอยู่นอกกรง
หรือพวกมันอาจจะพาลูกๆ
นำเที่ยวดูมนุษย์กลางคืนก็ได้
...ใครจะไปรู้หัวใจเสือ



