ต้นหว้ารีสอร์ท-ขอนแก่น

 

จำไม่ได้ว่าเคยไปขอนแก่นกี่ครั้งแล้ว แต่ที่แน่ๆ ก็คือไม่น้อยกว่า 10 ครั้งแน่ เพราะอุบลกับขอนแก่นไม่ไกลกันเกินไปขับรถไปได้สบาย ยิ่งช่วงที่ราคาน้ำมันไม่แพงขนาดนี้ ไม่เหมือนอุบลไปโคราชซึ่งจะให้ความรู้สึกว่าไกลมาก โดยเฉพาะยิ่งขับรถไปกลับคนเดียว
 
ภารกิจคราวนี้คือไปงานแต่งงานเพื่อที่คุ้นเคยกันมาก งานเข้าจัดตอนเที่ยงของวันอาทิตย์ เราจึงวางแผนกันว่าจะออกจากอุบลหลังเลิกงานแล้วในวันเสาร์ ก็น่าจะออกรถได้ในราว หกโมงเย็น โดยทริปนี้จะมีผู้โดยสารไปอีก 2 คนคือคุณนายอ้อยและคุณไอซ์
 
เรื่องที่พักนั้น มีหลายคนแนะนำให้ไปพักที่ ต้นหว้ารีสอร์ท ซึ่งผู้แนะนำได้บรรยายสรรพคุณ มาว่าบรรยากาศดีและสวยงามและที่สำคัญคือราคาไม่แพง เราจึงโทรไปสอบถาม ได้ความว่า มีห้อง 3 แบบ ราคาเริ่มจาก 400,550 และ 700 ฟังดูก็เข้าท่า เพราะหากโรงแรมในลักษณะรีสอร์ท หรือรีสอร์ทในลักษณะโรงแรม ซึ่งมักเป็นบ้านหลังหรือห้องแถว ที่ก่อสร้างจากวัสดุง่ายๆ ก็น่าจะมีราคาประมาณนี้ อาจมีบางแห่งอาจเหลือ 350 ต่อคืน ซึ่งโดยมากแล้วมักเป็นห้องพักที่ผู้พักมักนอนไม่ค่อยหลับ
 
โทรเข้าไปสอบถามเป็นระบบอัตโนมัติ คือไม่มีคนรับสายต้องให้กด 0 เพื่อคุยกับ Operator พอกดปุ๊บก็รับปั๊บ รวดเร็วมาก ซึ่งทำให้แปลกใจว่าทำไมไม่รับสายเสียแต่ทีแรก ปล่อยให้เราต้องคุยกับเครื่องก่อน คนก็อยู่ใกล้ๆ คนโทรเข้าไปคงไม่อยากคุยกับเครื่องตอบรับแน่ๆ ด้วยเหตุนี้หรือเปล่านะ อินเดียจึงมีอาชีพยอดฮิตอีกอย่างคือ เป็นเจ้าหน้าที่  Call Center ก็เพราะบริษัทใหญ่ๆ ไม่อยากรับสายลูกค้านี่เอง
 
จองไว้ก่อน 1 ห้อง และบอกว่าต้องขอเข้าช้าหน่อยนะ อาจจะถึง 4 หรือ 5 ทุ่ม ก็ได้รับการบริการอย่างดี ฟังแล้วสบายใจมาก อย่างน้อยคงไม่เอาห้องไปขายให้ใครก่อน เพราะกลัวเราไม่เข้าพัก เหมือนโรงแรมขนาดเล็กๆ ทั่วไปทำกัน พอแจ้งว่าอย่างไงอาจขอดูห้องก่อนนะ อาจเปลี่ยนแปลงเป็นห้องแบบอื่นๆ ได้ ถ้ามีห้องว่าง ก็ได้รับคำตอบว่ายินดีไม่มีปัญหา ถึงตอนนี้ก็ยิ้มกว้างครับ โรงแรมในขอนแก่นมีมาตรฐานการบริการ ไม่น้อยหน้าใครครับ
 
อย่างที่คาดการไว้แล้ว กว่าจะได้ออกจากอุบลก็ราวๆ 6 โมงเย็นแวะไปรับนายไอซ์ ที่บ้านอาจารย์อวยชิต เข้าซอยวัดหนองบัว ส่งพนักงานที่ติดรถกลับบ้านมาด้วยในซอยนี้ แล้วใช้ความเร็วมาตรฐานที่ประหยัดน้ำมันสุด ตรงไปยโสธร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเล็กน้อย กินบะหมี่เกี๊ยวตรงหน้า เซเว่น กับขนมของ S&P ที่ซื้อไปจากอุบล จากนั้นก็ใช้ความเร็วเท่าเดิม ไปร้อยเอ็ด ถึงร้อยเอ็ดเลี้ยวขวาเข้าถนนอ้อมเมืองร้อยเอ็ด แล้วเลี้ยวขวาตรงแยก ที่จะไปจังหวัดกาฬสินธุ์ และปั้ม ปตท.เพื่อยืดเส้นยืดสาย ตามมาตรฐาน พักรถและคนทุกๆ 1 ชั่วโมง ใช้ถนนหมายเลข 214 ที่จะไปกาฬสินธุ์ แล้วไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 213 ก่อนเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่าน อ.ยางตลาด อ.เชียงยืน และเข้าขอนแก่นถนนศรีจันทร์ จากนั้นก็ซอกแซกไปจนถึงหน้าสนามกีฬาอันเป็นจุดสังเกต หากหันหลังให้บึงแก่นนคร เลยสนามกีฬามานิดเดียว จะเห็น ถ.เหล่านาดี ซอย.10 ปากซอยด้านซ้ายมือ จะมีร้านแฟมิรี่มาร์ท เปิดไฟสว่างไสว วิ่งตรงเข้าไปเลี้ยวไปมาอยู่ไม่นาน ซึ่งจะมีป้ายบอกตลอดทาง สุดถนนก็วิ่งเข้าต้นหว้ารีสอร์ทพอดี
 
สี่ทุ่มครึ่ง รถจอดกันเต็มไปหมด มียาม 3-4 คนมาช่วยโบกรถ คงนึกว่าเป็นวีไอพี แต่ก็อุ่นใจเพราะไม่เปลี่ยวเกินไปและยามก็มีวิทยุสอบถามก็อยู่เสียงดังป็อดแป๊ดตลอดเวลา แต่ก็สงสัยว่าเขายังจะเก็บห้องไว้ให้หรือไม่ เลยให้ยามถามให้ก็ได้ความว่ายังอยู่ และให้ช่วยหาที่จอดใกล้ๆ หน่อย คุณนายอ้อยจอมละเอียดก็ลงติดต่อที่ Counter เดินกลับมาพร้อมขอเปลี่ยนเป็นห้องใหญ่ขึ้น
 
ภายในห้องตบแต่งค่อนข้างดี พื้นปูกระเบื้อง มีระเบียง น้ำร้อนน้ำเย็นแบบรวม น้ำไหลแรง สุขภัณฑ์แบบทั่วไป ห้องน้ำเล็กไปนิด อาจเป็นเพราะต้องแบ่งครึ่งหนึ่งไปเป็นระเบียง คนที่ชอบห้องน้ำแบบพื้นแห้งคงไม่ชอบ อุปกรณ์ประดับห้องน้อยไปนิด แต่ก็แทนด้วยถุงใส่ผ้าเช็ดตัวซึ่งทำได้เก๋มาก บรรดาขนมขบเคี้ยวที่มาไว้ดักลูกค้าหยิบกินนั้น ราคาไม่แพงซึ่งแสดงว่าต้องการให้ลูกค้าที่มาพักกินจริงๆ ไม่ใช้เอาไว้ดักเด็กๆ เหมือนโรงแรมทั่วไป ยิ่งมีกาต้มน้ำร้อนให้ด้วยก็ยิ่งทำให้น่าเสียเงินซัก 10 บาทเพื่อชงกาแฟดื่มดูบรรยากาศหน้าห้อง ที่ปลูกเป็นสวนแบบญี่ปุ่นไว้ตลอดแนว
 
แสงแดดตอนเช้าวันนี้ดีมาก สะพายกล้องตะเวนเก็บบรรยากาศ โดยรอบของโรงแรม ทำให้รู้ว่ามีห้องหลายแบบมาก และมีการจัดสวนและปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ใหญ่และไม้พุ่ม วัสดุจัดสวนจำพวกตุ๊กตาเซรามิค ไหใบโตๆ ดูแล้วเข้ากันดี ไม้ต้นใหญ่หลายสิบต้นดูเหมือนเพิ่งจะล้อมมาลงปลูกได้ไม่เกินปี มีแต่หมากเขียว-หมากแดงและกล้วยพัดเท่านั้นที่น่าจะมาอยู่ก่อนตั้งแต่ตั้งโครงการเพราะต้นใหญ่และรากแน่นมาก
 
ค่าห้องพักไม่รวมอาหารเช้า แต่มีกาแฟ,น้ำผลไม้และขนมปังให้ฟรีและไม่อั้น ส่วนอาหารก็มีครัวแบบอาหารตามสั่งให้สั่งได้ตามใจ มีโต๊ะจัดไว้ให้บริการติดกับสวนได้บรรยากาศแมกไม้และเสียงน้ำพุ แต่ไม่ควรเกิน 9 โมงเพราะจะร้อนและครัวอาหารเช้าจะปิด คราวนี้ใครจะสั่งอะไรก็ต้องควักกระเป๋าเอง ฐานที่นอนตื่นสาย
ใครที่รักรถไม่อยากจอดตากน้ำค้างกลางคืนหรือตากแดดตอนกลางวัน ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะที่จอดรถที่ต้นหว้านี้เขาทำอย่างดี ตีเส้นช่องจอดและหลังคากันแดด ที่สำคัญคือมียามเยอะมาก ภาคกลางคืนตอนเข้ามาเมื่อวานว่าเยอะแล้วนะ แต่พอมาถึงภาคกลางวันนี่รวมคนดูแลสวนและแม่บ้านเข้าไปแล้ว เดินกันให้ไขว่ไปหมด ถ้าไม่ใส่แบบฟอร์มคงคิดว่าเป็นแขกที่มาพักแน่ๆ
 
ตอนแรกคิดว่าจะไปกินต้มเลือดหมู ซึ่งเป็นอาหารเช้ายอดฮิตของขอนแก่น ไปขอนแก่นกี่ครั้งก็ต้มเลือดหมูข้าวเปล่านี่แหละไม่รู้จักเบื่อ ก็เหมือนกับไข่กระทะอาหารเช้ายอดฮิตของอุบล บรรยากาศของที่ต้นหว้าทำให้ไม่อยากเสียเวลาขับรถเข้ามาในเมือง จึงสั่งเข้าต้มรวมมิตร ประกอบกับกาแฟขนมปังก็ฟรีอยู่แล้ว เช้านี้จึงรอดมาได้ ด้วยที่เป็นครัวเดียวและเป็นอาหารตามสั่งที่หลากหลายเมนู ทำให้ต้องรอนานมาก ใครมีธุระแต่เช้าและหากจะกินอาหารเช้าที่นี่คงต้องเผื่อเวลาไว้เยอะหน่อย เว้นเสียแต่รับแต่กาแฟกับขนมปังซึ่งไม่ต้องรอ
 
ไปทำธุระในเมืองขอนแก่นรอบเช้าโดยก็ยังไม่ Check Out ออกไป อยากกลับมาดูบรรยกาศตอนใกล้เที่ยง ซึ่งแสงแดดในวันนี้แรงมาก ต้นไม้ใบหญ้าในปลายฤดูฝน ที่ต้นหว้ายังสดใส แม้ใกล้เที่ยงแล้ว แต่รถยังจอดแน่นที่จอดไปหมด อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ จึงทำให้แขกที่เข้าพักไม่ได้มีธุระไปไหน ก็ได้นอนพักอย่างสบายใจ เป็นที่น่าอิจฉาของคนหลายคน ...ฝากไว้ก่อนเถอะ..ต้นหว้ารีสอร์ท
 
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เวปไชด์ของต้นหว้าเอง http://www.tonwaresort.com