โปรแกรมบัญชี Express

รายละเอียดของโปรแกรมบัญชี Express
โปรแกรม ระบบบัญชี Express ประกอบไปด้วยระบบงานหลัก ๆ 12 ระบบ ดังต่อไปนี้

ผังแสดงระบบงาน
1) ระบบบัญชีแยกประเภท
2) ระบบสินทรัพย์ถาวร
3) ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง
4) ระบบ การจองสินค้าและการจัดจำหน่าย
5) ระบบควบคุมลูกหนี้และรายได้อื่น ๆ
6) ระบบจัดซื้อสินค้าและการรับสินค้า
7) ระบบควบคุมเจ้าหนี้และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
8) ระบบ ควบคุมเช็คและเงินฝากธนาคาร
9) ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (vat) และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
10) ระบบวิเคราะห์การขาย
11) ระบบ วิเคราะห์การซื้อ
12) ระบบรักษาความ ปลอดภัย

รองรับระบบปฏิบัติการ (Operating System Supported) :
Image Windows 95,Windows 98, Windows XP, Windows 2000, Windows 2003, Windows 2008 และ Windows 7

1).ระบบบัญชีแยกประเภท
ข้อมูล ส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจาก ระบบซื้อ, ระบบขาย, การเงิน และระบบอื่น ๆ
1. จัดเตรียมผังบัญชีตัวอย่างไว้ให้ และสามารถ แก้ไข เพิ่มเติม ลบทิ้ง เพื่อให้ตรงกับระบบงานของบริษัทได้
2. สามารถสร้างงบการเงินได้ทุกรูปแบบ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจแต่ละประเภท อาทิเช่น
- ในงบเปรียบเทียบสามารถนำข้อมูลมาแสดงเปรียบเทียบได้สูงสุด 18 คอลัมน์
- ข้อมูลที่นำมาแสดงสามารถสร้างสูตรเพื่อคำนวณ หรือดึงมาจากฟิลด์ข้อมูลที่กำหนดให้
- ในแต่ละคอลัมน์สามารถเลือกให้แสดงข้อมูลเฉพาะแผนกตามที่ต้องการ
- สามารถแสดงข้อมูลในรูปอัตรา % โดยใช้ยอดรวมของข้อมูลเป็นฐานการคำนวณ
- ในงบเดียวกัน ในแต่ละบรรทัด หรือแต่ละบัญชี สามารถดึงข้อมูลจากคนละฟิลด์มาแสดงได้
- สามารถกำหนดข้อความ(Wording)ที่จะแสดงในรายละเอียดหน้างบได้ตามต้องการ
3. มีระบบควบคุมเงินสดย่อย หรือเงินทดลองจ่าย สามารถดูความเคลื่อนไหวของเงินสดได้ตลอดเวลา
4. รายงานสมุดเงินสดย่อย สามารถกำหนดชื่อค่าใช้จ่ายที่แสดงในหัวรายงานของแต่ละคอลัมน์ได้เอง 4 ชื่อ
5. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบใบเบิกเงินสดย่อยและใบเบิกชดเชยเงินสดย่อย ได้ตามความต้องการ
6. สามารถบันทึกค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีหลายใบ ในใบสำคัญจ่าย(Voucher)ใบเดียวกัน
7. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบใบสำคัญ (Voucher) ได้ตามความต้องการ
8. สามารถพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั้งแบบภงด.3 และภงด.53 ตรงตามแบบกรมสรรพากร
ภงด.3/ภงด.53
9. สามารถลำดับ (Running) เลขที่ใบสำคัญในสมุดรายวันได้ 5 แบบ ได้แก่ 0=ป้อนเลขที่เอง, 1=YMMDDxx, 2=YMMxxxx, 3=YYMMxxxx, 4=YYMMDDxx (Y=ปี, M=เดือน, D=วันที่เอกสาร, x=Running Number)
10. สามารถกำหนดผังบัญชีให้แยกตามแผนกได้ไม่จำกัด (Cost Center)
11. มีระบบล็อคงวดบัญชี ทำให้ป้องกันการเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลในงวดที่ปิดบัญชีไปแล้ว
ล็อคงวดบัญชี

12. สามารถกำหนดวันเริ่มต้นรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท ตามวันเดือนที่แจ้งกับสรรพากร
13. สามารถป้อนข้อมูลของปีถัดไปได้ไม่จำกัดโดยไม่ต้องรอการปิดบัญชีสิ้นปี ทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่ล่าช้าและเมื่อทำการปิดสิ้นปี ระบบบัญชี Express ก็จะนำข้อมูลเข้าไปในงวดที่ถูกต้องให้โดยอัตโนมัติ
14. สามารถเก็บข้อมูลรายวันได้สูงสุด 24 งวด และงวดที่ 24 ไม่จำกัดเวลา ขึ้นอยู่กับผู้ใช้กำหนด
15. สามารถดึงบัญชีต้นแบบ (Template) มาลงรายการรายวัน ทำให้รวดเร็ว และช่วยบุคคลากรที่มีความรู้ทางด้านบัญชีน้อย สามารถบันทึกบัญชีได้ถูกต้อง
16. สามารถกำหนดยอดประมาณการ (Budget) ของแต่ละบัญชี ได้ 12 เดือน เพื่อแสดงในงบประมาณการ
17. สามารถบันทึกรายการด้านเดบิทและเครดิตได้ไม่จำกัดจำนวนรายการ (Compound Entry)
18. โปรแกรมจะทำการตรวจสอบยอดเดบิทและเครดิตให้สมดุลย์ ก่อนบันทึก
19. สามารถเลือกวิธีบันทึกบัญชีสินค้าได้ทั้งแบบ Periodic และ Perpetual
20. สามารถกำหนดสมุดรายวันได้ไม่จำกัดจำนวน
21. สามารถปรับเปลี่ยนเลขที่บัญชีได้ตลอดเวลา
22. สามารถค้นหาข้อมูลตามเลขที่บัญชีหรือชื่อบัญชี และมี Look up ในกรณีที่จำไม่ได้
23. ในใบสำคัญ(Voucher)แต่ละใบ สามารถบันทึกหมายเหตุเพิ่มเติมได้ 5 บรรทัดๆละ 50 ตัวอักษร
24. สามารถบันทึกเอกสารอ้างอิงที่ทำการปรับปรุงตามหลักบัญชีตามประกาศกรมสรรพากร ฉบับที่ 63
25. เมื่อมีการลงบัญชีภาษีซื้อหรือภาษีขาย โปรแกรมจะนำไปบันทึกในแฟ้มภาษีซื้อหรือภาษีขายให้ทันที
26. เมื่อมีการลงบัญชีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โปรแกรมจะนำไปบันทึกในแฟ้มภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้ทันที
27. เมื่อมีการลงบัญชีเช็ครับหรือเช็คจ่ายล่วงหน้า โปรแกรมจะนำไปบันทึกในทะเบียนเช็ค ให้ทันที
28. สามารถพิมพ์งบทดลองได้ทั้งแบบเต็ม (แสดงยอดยกมา,ยอดเคลื่อนไหว,ยอดคงเหลือ), แบบย่อ (แสดงเฉพาะยอดเคลื่อนไหว), แบบแยก 3 เดือน, แบบแยก 12 เดือน และแบบเต็ม/ย่อแยกตามแผนก


2).ระบบสินทรัพย์ถาวร

สินทรัพย์ถาวร

1. สามารเลือกวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ได้ 3 วิธี ได้แก่
- วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)
- วิธีลดยอด (The Constant Percentage of Declining Book-Value Method)
- กำหนดค่าเสื่อมราคาเอง
2. สามารถจัดแยกกลุ่มการบันทึกบัญชีทรัพย์สิน ได้ตามต้องการ
3. การคิดค่าเสื่อมราคาสามารถเลือกได้ 2 แบบ ได้แก่ คิดรายเดือน หรือคิดรายปี
4. มีรายงานรายละเอียดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ สามารถนำส่งได้ทันที
5. สามารถลงบัญชีค่าเสื่อมแยกตามแผนกได้
6. เมื่อเริ่มนำข้อมูลเข้าระบบ สามารถเลือกได้ว่า จะให้ระบบคิดค่าเสื่อมทันที หรือ ยังไม่คิด (ถ้ายังไม่คิดขณะบันทึก ระบบจะทำงานได้เร็วกว่า เมื่อเรียบร้อยจึงไปสั่งคำนวณค่าเสื่อมราคาทั้งแฟ้ม)
7. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสทรัพย์สินได้ตลอดเวลา
8. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสสินทรัพย์หรือชื่อสินทรัพย์ และมี Look up ในกรณีที่จำไม่ได้


3) ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง

ข้อมูล ส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจากระบบซื้อและระบบขายสินค้า
1. สามารถกำหนดคลังสินค้าได้หลายคลัง โดยไม่จำกัดจำนวน
2. สามารถเลือกวิธีการคิดต้นทุนได้ 2 แบบ ได้แก่
- แบบต้นทุนถัวเฉลี่ย (Moving Weighted Average)
- แบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO = First-In-First-Out)
3. รองรับการขายสินค้าเป็นชุด (Component set=สินค้าที่มีส่วนประกอบมากกว่า 1 ชิ้น) เพียงแต่กำหนดว่าสินค้าชุดนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เมื่อบันทึกการขาย ระบบบัญชี Express จะตัดส่วนประกอบในสต๊อคให้เองอัตโนมัติ

สินค้าเป็นชุด

4. ในสินค้าชุดสามารถเลือกตัดส่วนประกอบและพิมพ์ส่วนประกอบในบิลได้ เพียงแต่กำหนดเป็นชุดพิเศษ
5. สามารถเลือกได้ว่าต้องการแสดงราคาขายที่ตัวสินค้าชุด หรือที่ส่วนประกอบ
6. ในการซื้อสินค้าชุด โปรแกรมจะทำการแตกย่อยเป็นส่วนประกอบและเพิ่มในสต็อคให้ทันที
7. การเพิ่มสินค้าชุดใหม่ที่มีส่วนประกอบคล้ายกับสินค้าชุดเดิม สามารถก๊อปปี้สินค้าชุดเดิมมาแก้ไข-เพิ่มเติมได้ทันที
8. สินค้าชุด 1 ชุด มีส่วนประกอบได้ 999 รายการ
9. สามารถกำหนดหน่วยนับซื้อ, หน่วยนับขาย ต่างกับหน่วยนับหลักได้ (หน่วยนับที่เก็บไว้ในสต๊อคและเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด) แต่ต้องมีอัตราส่วนที่สัมพันธ์กับหน่วยนับหลัก และมีทศนิยมได้ถึง 4 ตำแหน่ง
10. สินค้าที่เก็บเป็นหน่วยย่อย แต่สามารถพิมพ์รายงานแสดงหน่วยได้ 2 ระดับ เช่น ยอดคงเหลือ 5 ลัง 4 ซอง
11. มีตารางกำหนดอัตราส่วนต่อหน่วยนับหลักไว้ล่วงหน้า เพื่อสะดวกในการเรียกใช้ และควบคุม
12. ระบบสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการซื้อหรือนำเข้า มาเฉลี่ยเป็นต้นทุนสินค้าได้ เช่น ค่าขนส่ง, ค่าภาษีสรรพสามิต, อากรขาเข้า ฯ
13. สอบถามยอดคงเหลือในสต๊อคได้ตลอดเวลา ที่หน้าจอไหนก็ได้(กด Alt-F4) ทำให้ลูกค้าได้คำตอบทันทีโดยไม่ต้องรอนาน และไม่จำเป็นจะต้องออกจากงานที่เรากำลังทำอยู่
14. สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ยอดสินค้าติดลบได้หรือไม่ ถ้าติดลบได้ (เปิดบิลไปก่อน) เมื่อบันทึกรับสินค้าเข้า ระบบบัญชี Express จะกระทบยอดสินค้าและต้นทุนย้อนหลังให้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะมีการเปิดบิลขายไปแล้วซักกี่ใบก็ตาม
15. สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้บุคลากรท่านใดทำการตัดสินค้าและติดลบในสต็อคได้ บ้าง
16. สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งสินค้าสำเร็จรูป, วัตถุดิบ, สินค้ากึ่งสำเร็จรูป, สินค้าประกอบ และสินค้าบริการ
17. สามารถกำหนดราคาขายของสินค้าได้ 5 ระดับ และพิมพ์รายงาน Price List ได้
18. สามารถกำหนดราคาเสริม สำหรับจัดโปรโมชั่น โดยกำหนดเงื่อนไข (เช่นซื้อ 10 ชิ้น ลด 2%) และกำหนดช่วงวันตามที่เราต้องการ (เช่น ช็อค!ลดกระหน่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 กรกฎมคม 2544 นี้เท่านั้น)
19. สามารถบันทึกการเบิกหรือรับเข้าสต๊อคที่ไม่เกี่ยวกับการซื้อหรือขาย เช่น เบิกวัตถุดิบไปผลิต, รับสินค้าเข้าจากการผลิตฯ
20. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบของเอกสารการเบิกหรือรับสินค้าเข้า ที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ
21. มีระบบควบคุมการตรวจนับสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง
22. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสสินค้าได้ตลอดเวลา
23. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสสินค้า หรือชื่อสินค้า และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้
24. มีแฟ้มเก็บสินค้าที่มี Serial No. หรือ Part No. (แยกต่างหาก ไม่เชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ)
25. สามารถจัดแยกกลุ่มการคำนวณต้นทุนสินค้าว่ากลุ่มใดคำนวณแบบ FIFO และกลุ่มใดคำนวณแบบถัวเฉลี่ยภายในบัญชีสินค้าชุดเดียวกัน (สต๊อคเดียวกัน)
26. สามารถจัดแยกกลุ่มการบันทึกบัญชีสินค้า และบัญชีวัตถุดิบ ได้ตามต้องการ
27. สามารถกำหนดจุดสั่งซื้อ (Re-order) แยกตามเดือน เพื่อขายงานโครงการ หรือจัดโปรโมชั่นตามเทศกาล
28. สามารถกำหนดจุดสูงสุดของสินค้า (Maximum) แยกตามเดือนหรืองวด ได้ตามต้องการ
29. เตรียมคอลัมน์ วันที่ สำรองไว้ 2 คอลัมน์ต่อ 1 สินค้า เผื่อรองรับในกรณีที่ต้องการเพิ่มเติม
30. เตรียมคอลัมน์ ข้อความ สำรองไว้ 4 คอลัมน์ต่อ 1 สินค้า เผื่อรองรับในกรณีที่ต้องการเพิ่มเติม
31. เตรียมคอลัมน์ จำนวน (ตัวเลข) สำรองไว้ 1 คอลัมน์ต่อ 1 สินค้า เผื่อรองรับในกรณีที่ต้องการเพิ่มเติม
32. สามารถควบคุมระบบสินค้าด้วยรหัสแท่ง (Barcode) และเครื่องอ่านบาร์โค้ด
33. รองรับสินค้าที่อยู่ในกลุ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)อัตราปกติ และกลุ่มที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
34. สินค้าในแต่ละคลังสามารถแสดง ปริมาณ, ต้นทุน, มูลค่าสินค้า, ปริมาณค้างรับ, ปริมาณค้างส่ง, ชั้นที่เก็บสินค้า และแผนก ซึ่งทำให้ธุรกิจบางประเภทได้ข้อมูลสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง สามารถทราบวัสดุคงเหลือและต้นทุนของวัสดุที่นำไปใช้ในแต่ละไซด์งานได้ทันที
35. สามารถเลือกได้ว่าเมื่อทำการขายหรือเบิกสินค้า ที่ยอดคงเหลือต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ ต้องการให้เตือนหรือไม่


4)ระบบ การจองสินค้าและการจัดจำหน่าย

1. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบในแต่ละเอกสารที่แตกต่างกันได้ 3 รูปแบบ ตัวอย่างเช่น ใบเสนอราคา, บิลเงินสด และเฉพาะใบสั่งขาย, ใบกำกับสินค้า/ใบกำกับภาษี สามารถกำหนดได้ถึง 9 แบบ
2. สามารถบันทึกขายสินค้าที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)อัตราปกติ และที่ได้รับยกเว้นภาษี ไว้ในบิลใบเดียวกันได้

อัตราภาษีหลายแบบ

3. สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้บุคลากรท่านใดเข้าไปแก้ไขราคาขายในขณะที่กำลัง บันทึกการขายได้บ้าง
4. รองรับการขายที่มีการรับเงินมัดจำล่วงหน้า และพิมพ์ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ตอนรับเงินมัดจำ
5. ในอินวอยส์ 1 ใบ สามารถบันทึกรายการสินค้าได้สุงสุด 999 รายการ และพิมพ์ใบต่อเนื่องเรียงตามลำดับรายการให้เอง และเลือกได้ว่าต้องการป้อนลำดับที่เอง หรือให้โปรแกรมจัดลำดับที่ให้
6. สามารถเปลี่ยนชื่อสินค้าในใบกำกับสินค้าได้ตามต้องการ
7. สามารถขายสินค้าด้วยหน่วยนับที่แตกต่างกับหน่วยนับที่เก็บในสต๊อคได้ เพียงแต่มีอัตราส่วนที่สัมพันธ์กัน
8. รองรับการขายสินค้าที่มีของแถม และในรายงานวิเคราะห์การขาย สามารถแยกยอดออกให้เห็นได้ชัดเจนว่า ปริมาณสินค้าที่ขาย เป็นเงินจำนวนเท่าไร? และส่วนของแถมเท่าไร ?
9. หลังจากบันทึกใบอินวอยส์ สามารถทราบกำไรขั้นต้นต่ออินวอยส์ได้ทันที
10. สามารถบันทึกส่วนลดแต่ละรายการสินค้า และส่วนลดจากยอดรวม ซึ่งลดเป็นจำนวนเงิน(บาท), เปอร์เซ็นต์และเป็นเปอร์เซ็นต์หลายชั้น เช่น 5+3+2 ( ลด 5% เหลือเท่าไหร่ลดอีก 3% เหลือเท่าไหร่ลดอีก 2%)
11. สามารถกำหนดได้ว่าถ้ามีการขายสินค้าต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ ต้องการให้เตือนหรือไม่
ขายสินค้าต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ

12. สามารถกำหนดได้ว่าถ้ามีการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุน ต้องการให้เตือนหรือไม่
ขายสินค้าต่ำกว่าทุน

13. สามารถกำหนดคลังสินค้าที่ต้องการขายได้ ทั้งในใบสั่งขาย และใบอินวอยส์
14. มีระบบเตือน เมื่อทำการบันทึกขายเชื่อ หรือใบสั่งขายเกินวงเงินที่อนุมัติไว้
15. การอนุมัติลูกค้าเกินวงเงิน สามารถเลือกได้ว่าจะให้อนุมัติตอนออกเอกสาร หรือจะให้เอกสารไปก่อนแล้วอนุมัติทีหลัง
16. สามารถกำหนดวงเงินขายเชื่อ และระดับผู้อนุมัติวงเงิน ได้ตามต้องการถึง 5 ระดับ
17. มีระบบควบคุมการจองสินค้า เพื่อทยอยส่งสินค้าตามคิว, นำเข้าสินค้า/ผลิตสินค้าตามยอดสั่งจอง (Order)
18. ในใบสั่งขายใบเดียวกัน สามารถกำหนดวันที่ส่งสินค้าแยกกันคนละวันได้ตามวันเวลาที่ลูกค้าสั่ง
19. สามารถทำการยกเลิกยอดที่ค้างส่งในใบสั่งขายได้ทั้งใบได้
ยกเลิกยอดค้างส่ง

20. สามารถออกใบกำกับสินค้าได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนกว่าจะส่งสินค้าครบตามยอดสั่งจอง
21. รองรับธุรกิจการขายบริการ (เกณฑ์เงินสด) และจะปรับยอดภาษีขายให้ เมื่อบันทึกรับชำระเงิน
22. รองรับธุรกิจฝากขาย โดยใช้คลังสินค้าเป็นสถานที่ฝากขายสินค้า
23. ในใบอินวอยส์สามารถเพิ่มคำอธิบายแต่ละรายการสินค้าได้จำนวน 10 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร และเพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
24. ในใบเสนอราคาสามารถกำหนดสถานะของลูกค้า ช่วยให้การติดตามผลการขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
25. สามารถเซ็ตใบเสนอราคาให้เป็นต้นแบบ Price List เพื่อดึงมาพิมพ์ใบแจ้งหนี้ได้ตลอดเวลา ทำให้อำนวยความสะดวกสำหรับธุรกิจ เช่าอพาร์ทเม้นท์, ค่าสมาชิกรายเดือน จะได้ไม่ต้องคีย์รายการเดิมซ้ำทุกเดือน
26. สามารถโอนใบเสนอราคา ไปเป็นใบสั่งขาย หรือ ใบอินวอยส์ ได้ทันทีโดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลใหม่อีกครั้ง
27. สามารถกำหนดเหตุผลในการยกเลิกใบเสนอราคาได้ตามต้องการ
28. สามารถเพิ่มแฟ้มหลักของสินค้า, ลูกค้า, พนักงานขาย และเขตการขายได้ในขณะบันทึกรายวันขาย
29. เมื่อบันทึกการขาย ระบบบัญชี Express จะตั้งลูกหนี้, ตัดสต๊อค, บันทึกภาษีขาย, ลงบัญชี และเก็บสถิติการขายให้ทันที

5)ระบบควบคุมลูกหนี้และรายได้อื่น ๆ
ข้อมูลลูกหนี้จะถูกส่งมาจากระบบขายสินค้า
1. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบในแต่ละเอกสารที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เช่น ใบวางบิล, ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี, ใบลดหนี้/รับคืนสินค้า และใบเพิ่มหนี้
2. สามารถบันทึกรายได้ ที่นอกเหนือจากลูกหนี้จากการขายสินค้า
3. สามารถรับชำระหนี้ได้อย่างสะดวกทั้งการรับชำระแบบเต็มบิล หรือรับชำระบางส่วน
4. การรับชำระหนี้สามารถชำระโดย เงินสด, เช็ค(กี่ใบก็ได้), บัตรเครดิต(เหมือนเช็ค), โอนเงินเข้าบัญชี, ดร๊าฟ, หักภาษี ณ ที่จ่าย, ส่วนลด และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
5. เพื่อลดโอกาสการเกิดหนี้สูญ ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์สภาพหนี้จากงบอายุหนี้ ทั้งแบบสรุป และแบบละเอียด และสามารถกำหนดช่วงการวิเคราะห์อายุหนี้ได้เอง
6. มีรายงานใบวางบิลตามวันที่นัดรับเงิน เพื่อโทรไปเตือนลูกค้าให้เตรียมเช็ค และใช้วางแผนเส้นทางของพนักงานเก็บเงิน
7. ในใบลดหนี้/รับคืนสินค้า สามารถเลือกได้ว่าจะหักจากใบกำกับสินค้าเดิม, เก็บไว้หักเมื่อรับชำระหนี้ หรือจ่ายเป็นเงินสด
8. ในเอกสารแต่ละใบสามารถเพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
9. มีใบตรวจสอบวงเงินสินเชื่อของลูกค้า เพื่อเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาเรื่องเพิ่มวงเงิน
10. สามารถพิมพ์รายชื่อของลูกค้าลงบนสติกเกอร์และจ่าหน้าซองจดหมายได้
11. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสลูกค้า, รหัสพนักงานขาย และรหัสรายได้อื่น ๆ ได้ตลอดเวลา
เปลี่ยนรหัส

12. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสลูกค้า หรือชื่อบริษัท และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้
13. ในรายละเอียดพนักงานขาย สามารถกำหนดอัตราคอมมิชชั่นและเป้าการขายได้ 24 งวด เพื่อคำนวณหายอดคอมมิชชั่น
14. ยอดขายของพนักงานขาย สามารถแยกได้ตามวันที่รับเงิน และวันที่เช็คผ่าน เพื่อนำยอดไปคิดคอมมิชชั่น
15. สำหรับธุรกิจบริการ สามารถพิมพ์ใบกำกับภาษี ให้กับลูกค้าได้ทันที ที่รับชำระเงิน

6) ระบบจัดซื้อสินค้าและการรับสินค้า
1. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบในแต่ละเอกสารที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เช่น ใบสั่งซื้อ และใบรับสินค้า
2. รองรับภาษีซื้อแบบที่ขอคืนได้ไม่เต็มจำนวน โดยระบบบัญชี Express จะเฉลี่ยภาษีซื้อที่ขอคืนได้และภาษีซื้อที่ขอคืนไม่ได้ ให้เองอัตโนมัติ
3. วันที่ที่ได้รับสินค้า เป็นคนละวันกับวันที่ของใบกำกับภาษีซื้อได้
4. สามารถบันทึกรับสินค้าที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)อัตราปกติ และกลุ่มที่ได้รับยกเว้นในใบรับสินค้าใบเดียวกันได้
5. สามารถบันทึกการซื้อที่มีการจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าได้
6. สามารถบันทึกส่วนลดแต่ละรายการสินค้า และส่วนลดจากยอดรวม ซึ่งลดเป็นจำนวนเงิน(บาท), เปอร์เซ็นต์และเป็นเปอร์เซ็นต์หลายชั้น เช่น 5+3+2 ( ลด 5% เหลือเท่าไหร่ลดอีก 3% เหลือเท่าไหร่ลดอีก 2%)
7. เปิดโอกาสให้แก้ไขยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ให้ตรงกับใบกำกับภาษีของผู้จำหน่ายได้
8. สามารถซื้อสินค้าด้วยหน่วยนับที่แตกต่างกับหน่วยนับที่เก็บในสต๊อคได้ เพียงแต่มีอัตราส่วนที่สัมพันธ์กัน
9. ในใบสั่งซื้อ สามารถบันทึก ขนส่งโดย, สถานที่ที่จะให้ส่งสินค้า และคลังที่ทำการสั่งซื้อได้
10. ในใบสั่งซื้อใบเดียวกัน สามารถกำหนดวันที่รับสินค้าแต่ละตัวแยกกันคนละวันได้ตามต้องการ ประโยชน์ก็คือ สามารถทยอยส่งสินค้าตาม Order ของลูกค้าได้
11. สามารถบันทึกการรับสินค้า โดยอ้างอิงถึงใบสั่งซื้อสินค้า หรือไม่ต้องเปิดใบสั่งซื้อก่อนก็ได้
12. ในใบสั่งซื้อ โปรแกรมจะควบคุมยอดที่สั่งซื้อและค้างรับ และสามารถรับสินค้าตามที่สั่งได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนกว่าจะรับสินค้าครบตามยอดสั่งซื้อ
13. มีรายงานสินค้าที่ถึงจุดสั่งซื้อ (เพื่อเตือนฝ่ายจัดซื้อสั่งของเพื่อให้ทันขาย) แยกตามหมวดสินค้าและผู้จำหน่าย
14. สามารถสั่งซื้อสินค้าตามยอดสั่งจอง(Order) ช่วยลดภาระการสต๊อคสินค้า โดยดูจากรายงานสินค้าค้างส่ง
15. สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบตามยอดสั่งจองสินค้า(Order) โดยใช้สินค้าชุดช่วยคำนวณหายอดวัตถุดิบที่จะต้องใช้ในการผลิต
16. ในเอกสารแต่ละใบสามารถเพิ่มคำอธิบายรายการสินค้าได้ จำนวน 10 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
17. ในเอกสารแต่ละใบสามารถเพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
18. สามารถเพิ่มสินค้า และผู้จำหน่าย ได้ในขณะบันทึกรายการซื้อ
เพิ่มสินค้า/ผู้จำหน่าย

19. สามารถบันทึกรายการซื้อสินค้าได้สุงสุด 999 รายการ/เอกสาร
20. รองรับธุรกิจการซื้อบริการ (เกณฑ์เงินสด) และจะปรับยอดภาษีซื้อให้ เมื่อบันทึกจ่ายชำระหนี้
21. เมื่อบันทึกรับสินค้าโปรแกรมจะตั้งเจ้าหนี้, เพิ่มสต๊อค, บันทึกภาษีซื้อ, ลงบัญชี และเก็บสถิติการซื้อให้ทันที

7) ระบบควบคุมเจ้าหนี้และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ข้อมูลเจ้าหนึ้จะถูกส่งมาจากระบบซื้อสินค้า
1. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบในแต่ละเอกสารที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เช่น ใบรับวางบิล, ใบจ่ายเงิน, ใบลดหนี้/ส่งคืนสินค้า, ใบเพิ่มหนี้ และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
2. สามารถบันทึกค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากเจ้าหนี้จากการซื้อสินค้า
3. สามารถจ่ายชำระหนี้ได้อย่างสะดวกทั้งการจ่ายชำระแบบเต็มบิล หรือจ่ายชำระบางส่วน
4. การจ่ายชำระหนี้สามารถชำระโดย เงินสด, เช็ค(กี่ใบก็ได้), บัตรเครดิต(เหมือนเช็ค), โอนเงิน, ดร๊าฟ, หักภาษี ณ ที่จ่าย, ส่วนลด และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
5. สามารถเรียกดูยอดบิลที่ยังค้างจ่ายของเจ้าหนี้แต่ละราย (ทั้งแบบสรุปและละเอียด) เพื่อใช้ประมาณการรายจ่าย โดยกำหนดช่วงเวลาที่บิลจะครบกำหนดได้เอง เช่น จะต้องจ่ายภายใน 7 วัน 15 วัน 30 วัน เป็นเงินเท่าไร
6. มีรายงานใบรับวางบิลตามวันที่นัดจ่ายเช็ค ทำให้ทราบรายจ่ายล่วงหน้า เพื่อเตรียมทำจ่ายได้ถูกต้อง
7. ในเอกสารแต่ละใบสามารถเพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
8. สามารถพิมพ์รายชื่อของผู้จำหน่ายลงบนสติกเกอร์และจ่าหน้าซองจดหมาย
9. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสผู้จำหน่าย และรหัสค่าใช้จ่าย ได้ตลอดเวลา
10. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสผู้จำหน่าย หรือชื่อบริษัท และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้
11. สามารถพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั้งแบบ ภงด.3 และภงด.53 ถูกต้องตามแบบกรมสรรพากรกำหนด
12. ในใบลดหนี้/ส่งคืนสินค้า สามารถเลือกได้ว่า จะหักจากใบรับสินค้าเดิม หรือเก็บไว้หักเมื่อจ่ายชำระหนี้ หรือ รับเป็นเงินสด

8) ระบบ ควบคุมเช็คและเงินฝากธนาคาร
เช็ครับและเช็คจ่ายจะถูกส่งมาจาก การรับชำระหนี้ และจ่ายชำระหนี้
1. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบเช็คที่แตกต่างกันได้ 6 ธนาคาร
2. การรับชำระ/จ่ายชำระหนี้ด้วยเช็ค ระบบบัญชี Express จะนำเช็คไปเก็บไว้ในทะเบียนเช็ค เพื่อให้ผู้มีหน้าที่ดูแลและตรวจสอบ
3. มีรายงานเช็ครับเรียงตามวันที่เช็ค เพื่อช่วยเตือนว่ามีเช็คใบไหนที่ถึงกำหนดนำฝาก
4. สามารถพิมพ์ใบนำฝากเช็ค(Pay in Slip) แทนการเขียนด้วยมือ ทำให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
ใบนำฝากเช็ค

5. สามารถบันทึกการผ่านเช็คทั้งชุดที่นำฝาก หรือผ่านเช็คทีละใบก็ได้
6. สามารถเก็บประวัติเช็คคืน (เช็คเด้ง) เพื่อเก็บไว้พิจารณาการให้เครดิต
7. มีรายงานเช็คจ่ายเรียงตามเลขที่เช็ค สำหรับตรวจสอบกับสมุดเช็คแต่ละใบที่เซ็นต์จ่ายไป
8. มีรายงานเช็คจ่ายเรียงตามวันที่เช็ค เพื่อเตือนให้ฝ่ายการเงินทราบว่าจะมีเช็คใบไหนบ้างและจำนวนเงินเท่าไหร่ ? ที่จะตัดจากบัญชี จะได้เตรียมโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เข้าบัญชีกระแสรายวันได้ทันเวลา
9. สามารถกำหนดให้ระบบทำการผ่านเช็คจ่ายให้เองอัตโนมัติ (ไม่ต้องเสียเวลาผ่านเอง)
10. สามารถบันทึกรายการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากธนาคาร เช่น ฝาก/ถอนเงินสด, โอนเงินระหว่างธนาคาร, จ่ายค่าธรรมเนียม ฯ และพิมพ์รายงานเพื่อนำมากระทบยอดกับ Bank Statement ได้ (ทำ Bank Reconcile)
11. สามารถถอนเงินสดด้วยเช็คของบริษัท และบันทึกการขายลดเช็คได้

9) ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (vat) และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อมูล จะถูกส่งมาจากระบบการซื้อสินค้า, ค่าใช้จ่ายอื่นๆ, ลดหนี้/ส่งคืนสินค้า, ขายสินค้า, รายได้อื่นๆ, ลดหนี้/รับคืนสินค้า และระบบบัญชี
1. สามารถบันทึกการซื้อ/ขายได้ทั้งแบบ ราคารวมภาษี (Inclusive) และราคาแยกภาษี (Exclusive) รวมทั้งรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี
2. สามารถพิมพ์รายงานภาษีซื้อ, ภาษีขาย และมูลค่าฐานภาษี ที่มีข้อมูลครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด และนำตัวเลขมากรอกในแบบ ภ.พ.30 พร้อมนำส่งทุกวันที่ 15 ได้ทันที
3. รองรับธุรกิจที่ขอคืนภาษีซื้อได้ไม่เต็มจำนวน โปรแกรมจะพิมพ์รายงานภาษีซื้อแยกเป็น 2 ยอด คือ ยอดที่ขอคืนได้ และยอดที่ขอคืนไม่ได้
4. รองรับกรณีที่มีใบกำกับภาษีมาถึงล่าช้าแต่ไม่เกิน 6 เดือน และกรณีเกิน 6 เดือน ระบบจะแยกรายงานภาษีซื้อออกเป็น 2 รายงาน ได้แก่ รายงานภาษีซื้อ (ยื่นปกติ) และรายงานภาษีซื้อ (ยื่นเพิ่มเติม)
5. รายงานภาษีซื้อ สามารถเลือกพิมพ์ออกเครื่องพิมพ์และจอภาพได้ทั้ง 2 แบบ ได้แก่
- เรียงตามวันที่ ที่ได้รับใบกำกับภาษี ตามประกาศกรมสรรพากรฉบับที่ 89 มีผลตั้งแต่ 29 เม.ย. 2542
- เรียงตามวันที่ใบกำกับภาษี ตามประกาศฉบับเก่า (จะค้นหาใบกำกับภาษีในรายงานได้ง่ายกว่า)
6. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบรายงานภาษีซื้อที่แตกต่างกันได้ 6 แบบ และมีต้นฉบับที่ช่วยให้แก้ไขได้ 7 แบบ
7. สามารถพิมพ์และแก้ไขรูปแบบรายงานภาษีขายที่แตกต่างกันได้ 6 แบบ และมีต้นฉบับที่ช่วยให้แก้ไขได้ 7 แบบ
8. สามารถเลือกวิธีการบันทึกบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 แบบ คือ แบบเกณฑ์สิทธิ และแบบเกณฑ์เงินสด
9. สามารถพิมพ์รายงานภาษีซื้อ, ภาซื้อขาย และแบบยื่น ภงด. แยกตามแผนกได้
10. สามารถพิมพ์แบบยื่น ภงด.3, ภงด.53 ซึ่งตรงตามแบบสรรพากรกำหนด และแนบนำส่งทุกวันที่ 7 ของเดือนได้ทันที
11. สามารถกำหนดประเภทเงินได้ และอัตราที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้า ทำให้เวลาที่ทำใบหัก จะได้ไม่ผิดพลาด

10) ระบบวิเคราะห์การขาย
ทำ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการขายสินค้า และจัดทำเป็นรายงานทั้งแบบสรุปและแบบละเอียด ข้อมูลเปรียบเทียบ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประกอบด้วยรายงานดังต่อไปนี้
1. ประวัติการขายแยกตามลูกค้า,ตามสินค้า และตามพนักงานขาย
2. ยอดขายแยกตามเขตการขาย แจกแจงตามพนักงานขาย, ลูกค้า ทั้งแบบละเอียดและสรุป
3. สรุปยอดขายประจำงวด
4. สรุปยอดขายเชื่อแยกตามลูกค้า (เปรียบเทียบ 12 งวด)
5. รายงานการจัดลำดับยอดขาย แยกตามมูลค่าสินค้า, ตามปริมาณ, ตามมูลค่าของแต่ละสินค้า+ลูกค้า, ตามปริมาณของแต่ละสินค้า+ลูกค้า, ตามมูลค่าของแต่ละสินค้า+พนักงานขาย, ตามปริมาณของแต่ละสินค้า+พนักงานขาย, ตามลูกค้า และตามพนักงานขาย
6. สรุปยอดขาย(ทราบกำไรขั้นต้นทันที) แยกตามหมวดสินค้า, ตามคลัง, ตามลูกค้า, ตามพนักงานขาย(เทียบกับเป้าการขาย), ตามพนักงานขาย+ลูกค้า, ตามเขตการขาย+พนักงานขาย และตามเขตการขาย+ลูกค้า

11) ระบบ วิเคราะห์การซื้อ
ทำ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้า และจัดทำเป็นรายงานทั้งแบบสรุปและแบบละเอียด ข้อมูลเปรียบเทียบ เพื่อใช้ในการวางแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในอนาคต ประกอบด้วยรายงานดังต่อไปนี้
1. ประวัติการซื้อ แยกตามผู้จำหน่าย และสินค้า
2. สรุปยอดซื้อประจำงวด
3. สรุปยอดซื้อเชื่อ แยกตามผู้จำหน่าย (เปรียบเทียบ 12 งวด)
4. สรุปยอดซื้อ แยกตามหมวดสินค้า, ตามคลัง และตามผู้จำหน่าย

12) ระบบรักษาความ ปลอดภัย
1. ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิการใช้ข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม ได้ตามต้องการ ทำให้ป้องกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปดูข้อมูลที่เป็นความลับ
แฟ้มผู้ใช้งานระบบ

2. ผู้ใช้แต่ละคน สามารถตั้งรหัสผ่าน (PassWord) ของตนเองได้
3. สามารถแบ่งระดับชั้นของผู้ใช้งานได้ว่าเป็น พนักงาน, ผู้จัดการแผนก หรือ ผู้ดูแลระบบ
4. สามารถกำหนดสิทธิการใช้ข้อมูลได้ทุกเมนูย่อย แม้แต่เมนูย่อย/รายงาน/งบการเงิน ที่สร้างเพิ่มเติมขึ้นเอง
5. การเพิ่ม แก้ไข ยกเลิก ลบ สามารถกำหนดได้ว่า ถ้าผู้ใช้เข้าไปทำงานแล้วต้องการให้เก็บประวัติไว้หรือไม่
6. การพิมพ์เอกสาร สามารถกำหนดได้ว่า ต้องการให้ใครพิมพ์ดูได้เฉพาะหน้าจอ หรืออนุญาตให้ใครพิมพ์ออกเครื่องพิมพ์ได้
7. สามารถกำหนดการตรวจสอบแบบเข้มงวด ทำให้ง่ายสำหรับผู้ดูแลระบบ โดยไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปกำหนดสิทธิการใช้งานเพิ่มอีก โปรแกรมจะจัดการบันทึกเหตุการณ์ของผู้ใช้งานรายนั้นเก็บไว้ให้ทุกครั้ง
8. สามารถกำหนดการยกเลิกการใช้รหัสผู้ใช้บางรหัสเป็นการชั่วคราว อาจเนื่องมาจาก พนักงานผู้นั้นลาออก หรือลาพักร้อนเป็นเวลานาน ๆ แต่ยังไม่ต้องการลบรหัสผู้ใช้รหัสนี้ทิ้ง
9. มีแฟ้มบันทึกเหตุการณ์ การทำงานของผู้ใช้ทุกคน ที่เข้ามาใช้งานในระบบ สำหรับผู้ดูแลระบบใช้ในการตรวจสอบการทำงานของผู้ใช้แต่ละคน
10. สามารถกำหนดสิทธิให้กับผู้ใช้แต่ละราย ว่าใครมีอำนาจในการอนุมัติ (รับรอง) เอกสารได้บ้าง
11. เอกสารสำคัญที่ต้องการให้ผู้มีอำนาจรับรองก่อน สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับรองเอกสารได้ 3 วิธี คือ
1. พิมพ์ก่อนรับรองทีหลัง
2. รับรองแล้วพิมพ์
3. อะไรก่อนก็ได้
12. สามารถกำหนดได้ว่า ต้องการให้บุคคลใดมีอำนาจในการพิมพ์เอกสารสำคัญซ้ำได้บ้าง